เตรียมรับมือ! 28พ.ย. น้ำทะเลหนุนสูงสุดรอบปี
พฤศจิกายน 27, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews
ทะเลหนุนสูงปากน้ำ-มหาชัยอ่วม สัปดาห์หน้าเตรียมรับสูงสุดในรอบปี
น้ำทะเลหนุนสูง 2.08 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง(ม.รทก.) เมื่อช่วงเช้าวันที่ 26 พ.ย.ทำให้แม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งท่วมขังถนนปู่เจ้าสมิงพราย และถนนราษฎร์บูรณะ อ.พระประแดงจ.สมุทรปราการ บริเวณทางขึ้นสะพานภูมิพล ส่งผลให้รถเล็กสัญจรผ่านยาก
ด้านตลาดมหาชัย อ.เมืองจ.สมุทรสาคร อิทธิพลของน้ำทะเลหนุนสูงก็ทำให้แม่น้ำท่าจีนเอ่อท่วมเล็กน้อย ระดับน้ำประมาณ 5 ซม.
ทั้งนี้ กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ คาดการณ์ว่าน้ำทะเลจะหนุนสูงต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 2 ธ.ค. โดยจะหนุนสูงสุดในรอบปีที่ระดับ 1.35 ม.รทก. ในช่วงวันที่ 28-29 พ.ย.นี้
พล.ร.ท.ศ.นิรุทธ์ หงส์ประสิทธิ์เจ้ากรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ เปิดเผยว่า ภาวะน้ำทะเลหนุนสูงช่วงปลายเดือน พ.ย.นี้ อิทธิพลของน้ำเอ่อล้นฝั่งและคลื่นซัดฝั่ง หรือเซิร์จจะทำให้ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตกรุงเทพมหานคร (กทม.) สูงขึ้นไม่เกิน 2.30 ม.รทก. ส่งผลให้การระบายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งน่าจะระบายได้วันละ 320 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ทำได้สูงสุดเพียงแค่ 300 ล้าน ลบ.ม.เท่านั้นซึ่งภาวะดังกล่าวจะยังเกิดขึ้นอีกประมาณ 2 สัปดาห์นับจากนี้
“บริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยาน้ำทะเลจะยก ตัวสูงขึ้น 20-30 ซม.ขณะที่แม่น้ำเจ้าพระยาในเขต กทม.ระดับน้ำจะสูงกว่าปกติ 10 ซม.”พล.ร.ท.ศ.นิรุทธ์ กล่าว
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การระบายน้ำในพื้นที่ จ.นนทบุรี จะติดปัญหาช่วงน้ำทะเลหนุนสูง โดยเมื่อน้ำทะเลลงตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค.เป็นต้นไป จะเร่งสูบน้ำทันที และจะเปิดประตูระบายน้ำทั้งหมด 60 ประตู ให้ไหลลงแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำท่าจีนกลางเดือน ธ.ค. จะเห็นระดับน้ำในจ.นนทบุรี ลดลงอย่างชัดเจน
ด้านปัญหา ประตูระบายน้ำและบิ๊กแบ็กของ กทม. ซึ่งปิดกั้นการไหลของน้ำด้านเหนือ ล่าสุด เมื่อวันที่26 พ.ย. พล.ต.อ.ประชา พรหมนอกผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) สั่งให้กทม.เปิดประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์ขึ้น 1.5 ม. เพื่อลดน้ำท่วมขังตามข้อเรียกร้องของชาวบ้าน อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี แต่ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.ยืนยันว่าเปิดได้มากที่สุดแค่ 1 ม.เท่านั้น เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่เขตสายไหม
น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นห่วงสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคใต้ เนื่องจากคาดว่าน้ำจากประเทศมาเลเซียที่จะไหลเข้าพื้นที่ อ.สะเดา จ.สงขลาในปีนี้จะมากกว่าปีก่อนถึง 40%และได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.โกวิทวัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี และนายต่อพงษ์ ไชยสาส์น รมช.สาธารณสุข ลงไปดูแลอย่างใกล้ชิด
นายดนัยวิทย์ สายบัณฑิตผู้อำนวยการโครงการชลประทานสงขลา เปิดเผยว่า น้ำจากมาเลเซียจะไม่ส่งผลกระทบกับพื้นที่อ.หาดใหญ่
นาย ชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ได้สั่งให้พร่องน้ำในอ่างเก็บน้ำสะเดาออกไปอีกเพื่อเตรียมรับน้ำระลอกใหม่ใน ช่วงต้นเดือนหน้า ซึ่งจะมีฝนตกหนักอีกครั้ง
ด้านสถานการณ์ คลื่นลมชายฝั่งรุนแรงยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องโดยคลื่นซัดถนนเลียบชายทะเลสาย สงขลา-นาทับ อ.เมืองสงขลาพังเสียหายทั้งสองช่องจราจร
ขอบคุณข้อมูลจาก www.posttoday.com
รับมือ!28-31 ต.ค.น้ำทะเลหนุนสูง เร่งระบายน้ำ
ตุลาคม 22, 2011 by nate
Filed under breakingnews, อาชญากรรม-ภาคกลาง, เกาะติดสถานะการณ์น้ำท่วมทั่วไทย
วันที่ (21 ต.ค.54) เวลา 21.30 น. ณ ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ท่าอากาศยานดอนเมือง นายวิม รุ่งวัฒนะจินดา โฆษกศูนย์ปฎิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พร้อมด้วยนายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสาร พลตำรวจเอก พงศพัศ พงษ์เจริญ และ ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าสถานการณ์อุทกภัย และการดำเนินการในส่วนต่าง ๆ ดังนี้
โฆษกศูนย์ปฎิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ได้ออกคำสั่ง 2 ฉบับ ตามพระราชบัญญัติบรรเทาสาธารณภัย คือ คำสั่งให้กรุงเทพมหานคร บริหารจัดการน้ำ ให้ระบายไปยังแม่น้ำเจ้าพระยา ดังนี้ 1. ให้ กทม. เปิดประตูระบายน้ำ ให้ผ่านการสูบน้ำไปยังแม่น้ำเจ้าพระยา ให้คำนึงถึงระดับน้ำที่เหมาะสม ไม่ท่วมท้นจนเดือดร้อนชาว กทม. 2. ให้ตั้งคณะกรรมการร่วม ประกอบด้วย กทม. กรมชลประทาน คณะกรรมการที่ตั้งขึ้น เพื่อกำกับระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพสูงสุด 3. ให้รายงานผลการดำเนินงานแก่นายกรัฐมนตรี และ ศปภ.ทุกวัน กรณีฉุกเฉินให้รายงานทุก 2 ชั่วโมง
และคำสั่งให้กรมชลประทานระบายน้ำจากคลองระพีพัฒน์ออกสู่อ่าวไทย คือ ให้กรมชลประทาน เปิดประตูคลอง 2 ถึงคลอง 13 เปิดประตูระบายน้ำคลอง 2 ถึงคลอง 16 ระบายน้ำลงสู่คลองหกวาสายล่าง และคลองแสนแสบ ให้เร่งสูบผลักดันน้ำคลอง 13 เร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลทางด้านตะวันออก
ทั้งนี้ ให้รายงานผลการดำเนินงาน แก่นายกรัฐมนตรี และ ศปภ.ให้รับทราบสถานการณ์ทุกวัน กรณีฉุกเฉินให้รายงานทุก 2 ชั่วโมง และให้มีการออกมาตรการเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม โดยให้ดำเนินการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ชี้แจงสถานการณ์น้ำในเขื่อนต่าง ๆ มีแนวโน้มที่ดีขึ้น ปริมาณน้ำในเขื่อนเริ่มลดลง ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ยังระบายน้ำลงมา โดยเขื่อนภูมิพล ระบายน้ำวันละ 60 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนสิริกิติ์ระบายน้ำวันละ 10 ล้าน ลบ.ม. ส่งผลกระทบน้อยมาก เพราะระดับน้ำที่จังหวัดนครสวรรค์แนวโน้มลดลงเรื่อย ๆ
ปริมาณน้ำท่วมขังบริเวณนิคมโรจนะ วันนี้ระดับน้ำทรงๆ มีแนวโน้มลดลง น้ำคลองระพีพัฒน์แยกตก ปริมาณน้ำมาก ระดับน้ำทรง ๆ มีแนวโน้มลดลง ปริมาณน้ำที่ไหลตามคลองต่าง ๆ ตั้งแต่คลอง 2 ถึงคลอง 10 ปริมาณน้ำเท่ากับเมื่อวานนี้ อยู่ในเกณฑ์ที่กรมชลประทานคาดการณ์
สำหรับน้ำอยู่ในทุ่งรังสิตเหนือ ท่วมขังสูงประมาณ 10 ซ.ม. จะระบายลงคลองรังสิตประยูรศักดิ์ และลงคลองหกวาสายล่าง หลังจากนั้นจะสูบน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยา สูบน้ำออกทาง จังหวัดนครนายก ตอนนี้เพิ่มเครื่องสูบน้ำ ให้คลองรังสิตรับน้ำให้ได้ สถานีสูบน้ำตามบางปะกง เร่งระบายน้ำสู่ทะเลมากขึ้น ทั้งนี้ จะมีการระบายน้ำจากแม่น้ำป่าสัก ผ่านคลองระพีพัฒน์แยกใต้ ลงสู่คลองแสนแสบ เพื่อผันน้ำลงสู่ทะเลให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้เป็นไปตามคาดหมายไว้
สำหรับข้อห่วงใยกรณีน้ำทะเลหนุนสูงในวันที่ 28 – 31 ตุลาคมนี้ เจ้าหน้าที่ได้เตรียมแผนการบริหารจัดการน้ำในช่วงเวลาดังกล่าวไว้แล้ว โดยวันที่ 22 – 25 ต.ค. จะเปิดประตูน้ำพระนารายณ์ เพื่อลดมวลน้ำจากแม่น้ำป่าสักที่จะไหลลงมาสบทบกับแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งคาดว่าวันที่ 25 ต.ค.จะลดการระบายน้ำลง และวันที่ 26 ต.ค.จะปิดเขื่อนพระรามหก เพื่อไม่ให้น้ำไหลลงมาสมทบกับแม่น้ำเจ้าพระยา โดยยืนยันว่าในช่วงเวลาดังกล่าวระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาระดับสูงสุดอยู่ประมาณ 2 – 3 เมตร ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เกินแนวคันกั้นน้ำที่จัดทำไว้
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศชี้แจงระดับน้ำในคลองประปาที่มีการล้นเอ่อออกมาท่วมถนน และบริเวณใกล้เคียงว่าเป็นผลมาจากแนวคันกั้นน้ำคลองบางหลวงชำรุดทำให้น้ำไหลทะลักเข้าสู่คลองประปา โดยได้ดำเนินการซ่อมแซมแล้ว และได้เร่งดำเนินการระบายน้ำลงสู่คลองบางเขน คลองบางซื่อ และคลองสามเสน เพื่อให้ระดับน้ำในคลองประชากลับสู่สภาพปกติ พร้อมยืนยันว่าคุณภาพน้ำในคลองประปามีคุณภาพสามารถใช้อุปโภคได้ตามปกติ โดยใช้สารเคมีพิเศษในการปรับแต่งคุณภาพน้ำให้เหมาะสมกับสภาพของน้ำดิบที่ไหลเข้ามาในคลองประปาในขณะนี้
ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ชี้แจงปริมาณน้ำจากภาพถ่ายดาวเทียมว่า ปริมาณน้ำท่วมขังกระจายตัวอยู่รอบ ๆ บริเวณกรุงเทพมหานคร มีจำนวนปริมาณแตกต่างกันไป ปริมาณน้ำที่มีผลกระทบต่อกรุงเทพมหานครคือ มวลน้ำที่จะไหลมาสมทบปริมาณน้ำในคลองระพีพัฒน์ แยกตก โดยได้มีการเร่งระบายและควบคุมน้ำเพื่อไม่ให้ไหลมาสมทบกับน้ำในคลองระพีพัฒน์ แยกตก ซึ่งจากการประเมินน้ำจากภาพถ่ายดาวเทียมอยู่ในแผนการที่ควบคุมได้ ทั้งนี้ ต้องทำคันกั้นน้ำให้มีความแข็งแรง มีการตรวจตราให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์สามารถรองรับปริมาณน้ำได้
พลตำรวจเอก พงศพัศ พงษ์เจริญ ชี้แจงถึงการอพยพประชาชนไปยังศูนย์อพยพที่รัฐบาลได้จัดเตรียมไว้ขณะนี้ศูนย์อพยพที่อาคารเทอร์มินอล 2 ท่าอากาศยานดอนเมือง และศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ตอนนี้มีจำนวนผู้อพยพพักอาศัยอยู่เต็มจำนวนแล้ว สำหรับประชนที่ต้องการอพยพออกจากบ้านพักสามารถโทรไปขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โทร.1111 ต่อ 5 และโทร.1300 ศูนย์ประชาบดี หรือโทร 1300 การเคหะแห่งชาติ ทั้งนี้ การเคหะแห่งชาติได้เตรียมแฟลตสมุทรปราการ แฟลตหนองจอก แฟลตร่มเกล้า ไว้รองรับผู้อพยพที่มีความประสงค์จะเข้าไปอยู่อาศัย
สำหรับประชาชนที่นำรถไปจอดไว้บริเวณทางด่วน ขอให้เขียนชื่อ พร้อมเบอร์โทรศัพท์เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับเวลาจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายรถเพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจร โดยรถที่ได้ทำการเคลื่อนย้ายจะนำไปไว้ที่สถานีตำรวจใกล้ๆ บริเวณที่รถจอด ทั้งนี้ จะจัดเจ้าหน้าที่เข้าเวรคอยตรวจดูความเรียบร้อยของรถ และทรัพย์สินให้มีความปลอดภัยจากการโจรกรรม
เตือนคลองรังสิต1-6 รับมือมวลน้ำโรจนะสูงเกือบเมตร
ตุลาคม 11, 2011 by piggy
Filed under breakingnews, news report, อาชญากรรม-ภาคกลาง
กรมชลฯ เตือนประชาชนบริเวณคลองรังสิต 1-6 ให้เตรียมรับมือมวลน้ำจากนิคมฯโรจนะที่จะไหลมาใน 3 วันนี้ ซึ่งระดับน้ำอาจสูงกว่าถนนเกือบเมตร
นาย วีระ วงศ์แสงนาค ที่ปรึกษาอธิบดีกรมชลประทาน แถลงว่า สิ่งที่น่าห่วงขณะนี้คือ ปริมาณน้ำที่ท่วมในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งมวลน้ำจะเดินทางมาถึงคลอง 26 รังสิต ในอีก 1-2 วันข้างหน้า จากนั้นน้ำจะไหลเข้าสู่คลองระพีพัฒน์ แยกตกภายใน 3 วัน ซึ่งขณะนี้กรมชลฯจำเป็นต้องระบายน้ำจากคลองระพีพัฒน์ แยกตก เข้าสู่คลองรังสิต 1-6 เพื่อทำให้คลองระพีพัฒน์แยกตกสามารถรองรับน้ำเพิ่มเติมได้
น้ำที่ไหลมาจากนิคมฯโรจนะ อาจสร้างผลกระทบให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่คลองรังสิต 1-6 โดยคาดว่าน้ำอาจล้นคลองได้ และคาดว่าระดับน้ำอาจสูงกว่าถนนไม่เกิน 1 เมตร จึงขอแจ้งเตือนให้ประชาชนขนย้ายสิ่งขอขึ้นที่สูงเพื่อความปลอดภัย
น้ำท่วมนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ
อย่างไรก็ตามเชื่อว่าปริมาณน้ำจะไม่ไหลพ้นคลองรังสิตออกมาได้ ดังนั้นจึงไม่สร้างผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ในย่าน เขตดอนเมือง
นอกจากนี้ กรมชลประทาน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ได้ลดการระบายน้ำ จากเขื่อนภูมิพล จากวันละ 100 ล้าน ลบม. ลงเหลือ 93 ล้าน ลบม. ซึ่งจะคงลักษณะนี้ไปจนถึงวันที่ 14 ต.ค. เพื่อดูสถานการณ์น้ำที่จะเข้าอ่างเก็บน้ำอีกครั้ง หาก ปริมาณน้ำที่เข้าเขื่อนลดลงก็จะลดการระบายต่อเนื่อง ขณะที่ เขื่อนสิริกิติ์ ก็จะลดการระบบายน้ำเช่นกัน โดยระบายเหลือ 30 ล้าน ลบม. จากเดิมที่ระบายอยู่ที่ 40 ล้านลบม. ไปจนกว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงของปริมาณน้ำที่เข้าเขื่อน ซึ่งจะมีผลให้ช่วยผลกระทบ ประชาชนสองฝั่งแม่น้ำปิง
สำหรับสถานการณ์น้ำล่าสุด ที่ไหลผ่าน จ.นครสวรรค์ วันนี้อยู่ที่ 4,650 ลบม. /วินาที บางไทร มีปริมาณน้ำไหลผ่าน ที่ 3,476 ลบม./วินาที ซึ่งระดับขนาดนี้จะยังไม่ส่งผลกระทบต่อกทม.
นายวีระ กล่าวว่า ขณะที่ สถานการณ์คันกั้นน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาที่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี พัง ขณะนี้กำลังเร่งกู้กันอยู่ซึ่งจะเป็นผลน้ำที่ทะลักเข้ามา มาถึงคลองเชียงราก แต่ยังไม่กระทบ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
กทม. เตรียมรับมือฝนถล่มกรุง
กรกฎาคม 11, 2011 by nataya_p
Filed under breakingnews, ข่าวทั่วไป
วันที่ (11 ก.ค.54) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงแผนการเตรียมการรับมือน้ำท่วมในปีนี้ ว่า กทม.จะยังคงเฝ้าระวังเขตพื้นที่เสี่ยงภัยที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ จำนวนทั้งสิ้น 13 เขต 27 ชุมชน รวมกว่า 1,200 ครัวเรือน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้สำรวจรวบรวมไว้เมื่อปี 2553 โดยปีนี้อาจลดจำนวนพื้นที่เสี่ยงลงเล็กน้อย เนื่องจากโครงการก่อสร้างแนวกั้นน้ำมีความคืบหน้ามากขึ้น นอกจากนี้โครงการอุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำพระราม 9-รามคำแหง ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือน ก.พ. มีศักยภาพในการระบายน้ำได้อย่างรวดเร็วถึง 240 ลบ.ม.ต่อวินาที จากเดิมเพียง 95 ลบ.ม.ต่อวินาที โดยสามารถระบายน้ำจากคลองลาดพร้าว คลองแสนแสบ ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาโดยตรง ซึ่งช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมครอบคลุมพื้นที่ 6 เขต ได้แก่ ลาดพร้าว วังทองหลาง บางกะปิ ห้วยขวาง บึงกุ่ม และสะพานสูง รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง
ขณะนี้ กทม.ได้พร่องน้ำในคลองแสนแสบออกสู่เจ้าพระยาในระดับ 70-100 ซม. เพื่อรองรับน้ำในช่วงฤดูฝน และหากเกิดสถานการณ์เร่งด่วนฉุกเฉิน กทม.จะระดมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยรับมือและแก้ไขปัญหา เพื่อให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด อย่างไรก็ตาม หากปริมาณน้ำฝนประมาณ 60 มม.ต่อชั่วโมง อาจเกิดน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ ซึ่งจะใช้เวลาในการะบายน้ำประมาณครึ่งชั่วโมงถึง 1 ชั่วโมง แต่หากฝนตกหนักเกินกว่านี้อาจเกินความสามารถในการรับมือและต้องใช้เวลาในการระบายน้ำ 1-2 ชั่วโมง




กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการศึกษา
กระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
สำนักนายกรัฐมนตรี
กระทรวงคมนาคม
กระทรวงพาณิชย์
กระทรวงยุติธรรม
กระทรวงกลาโหม












