Get Adobe Flash player

ปชป.วอน 2 ฝ่ายทั้งหนุนและแก้ ปม 112

กุมภาพันธ์ 4, 2012 by nataya_p  
Filed under breakingnews

ปชป.วอน 2 ฝ่ายทั้งหนุนและแก้ ปม 112 เคารพสิทธิซึ่งกันและกัน รู้ทัน พท.  กะเล่นบทพระเอกชิ่งหนี ‘เสื้อแดง-นิติราษฏร์ เชื่อเคลื่อนไหวหวังสั่นคลอนสถาบันเบื้องสูง

 

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช  พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการเคลื่อนไหวกลุ่มที่สนับสนุนการแก้ไขกฏหมายอาญา มาตรา 112 ว่า เป็นสิ่งที่น่ากลัว โดยเฉพาะปรากฏการณ์ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีการแบ่งฝ่ายเผชิญหน้าของ 2 ฝ่าย ซึ่งแต่ละฝ่ายควรให้การเคารพกับการเคลื่อนไหวและมีอิสระในการแสดงออก โดยเฉพาะกลุ่มนปช.พยายามเข้าไปกดดันและคุกคามผู้ที่เห็นต่างเป็นประจำ  ทั้งที่ความเคลื่อนไหวของกลุ่มตัวเองกลับไม่มีใครเข้าไปขัดขวาง อาทิ พฤติกรรมของคนเสื้อแดงไม่กี่คนที่ชุมนุมหน้ารัฐสภาทุกวันที่มีการประชุม และยังลุแก่อำนาจปิดประตูรั้วของสภาขัดขวางการทำหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา

 

นายเทพไท กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมออกมาปฏิเสธความเคลื่อนไหวของส.ส.พรรคเพื่อไทย และนปช.ว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลนั้น ตนอยากถามพล.ต.อ.ประชาว่า รัฐบาลชุดนี้มาจากพรรคการเมืองใด และได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มนปช.หรือไม่ ดังนั้นจะมาแบ่งแยกบทบาทของรัฐบาล และพรรคเพื่อไทยได้อย่างไร และถ้ารัฐบาลมีจุดยืนที่ชัดเจนเกี่ยวกับมาตรา 112 ส.ส.พรรคเพื่อไทยและกลุ่ม นปช.ก็สามารถปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกันได้ เว้นแต่รัฐบาลมีพฤติกรรมปากว่าตาขยิบ ส่งสัญญาณให้ส.ส.พรรคเพื่อไทยและผู้สนับสนุนเคลื่อนไหวใต้ดิน แล้วรัฐบาลแสดงบทพระเอกเพียงผู้เดียว  ที่ผ่านมาเห็นได้ที่ส.ส.พรรคเพื่อไทยออกมาหนุนช่วยกลุ่มนิติราษฏร์ออกหน้าออกตา อย่างกรณีที่นายจตุพร (พรหมพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย) หรือนางธิดา (ถาวรเศรษฐ์ ประธานกลุ่มนปช.) ก็ออกมายอมรับความจริง ว่า กลุ่มนปช.เป็นแนวร่วมเป็นแขนขาของรัฐบาลจริง แต่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยกลับออกมาโจมตีนายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่สั่งห้ามกลุ่มนิติราษฏร์เคลื่อนไหวในมหาวิทยาลัย ว่าเป็นพฤติกรรมหนุนช่วยนิติราษฏร์และแทรกแซงกิจการภายในของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งทุกฝ่ายควรเคารพดุลพินิจของผู้บริหารมหาวิทยาลัยด้วย

“พลต.อ.ประชาจะออกมาปฏิเสธอย่างไรก็ตาม แต่พฤติกรรมบ่งชี้ว่าคนทั้ง 3 กลุ่มนี้ล้วนเป็นพวกเดียวกัน แม้ว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ จะไม่หวังผลสำเร็จในการปฏิบัติก็ตาม แต่ก็หวังผลที่จะสร้างความสั่นคลอนให้กับสถาบันเบื้องสูงแน่นอน”นายเทพไท กล่าว

ปชป.สวน รองโฆษก รัฐ กุข่าวล้มรัฐ

มกราคม 29, 2012 by nataya_p  
Filed under breakingnews, news report, การเมือง

“เด็กปชป.” ออกโรงโต้ รองโฆษกรัฐบาลหลังปูดข่าวขบวนการล้มรัฐ ล่าสุดปูด “นักการเมือง-ทหาร”แอบนัดวางแผนล้มรัฐอีก ซัดใช้จินตนาการสร้างเรื่องปลุกระดมคนเสื้อแดง หวังให้คนไทยหวาดระแวง ฆ่ากันเอง เพียงแค่ต้องการกลบข่าว ม.112 หลังถูกสังคมต้าน พร้อมท้าให้เผยข้อมูลและส่งฝ่ายมั่นคงรัฐดำเนินการ ถ้าเป็นเรื่องเท็จของให้ผู้ใญ่ใน พท.ตบปากสั่งสอน ถามถึงนายใหญ่ บ้านเมืองไทยยังแตกแยกไม่พออีกหรือ พ่วงกรณีปราบยาเสพติด ที่ผลโพลสำรวจ คนไทยชอบใจนโยบายยุค “ทักษิณ” มากสุด ขอให้คิดถึงสิทธิมนุษยชนด้วย แต่เห็นพ้องสร้างคุกมั่นคงขังพ่อค้ายา แนะใช้งบ 2 พันล้านเยียวยาสร้างคุ้มค่ากว่าหว่านให้เสื้อแดง

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช กล่าวถึงกรณีที่รองโฆษกรัฐบาลออกมาปูดข่าวว่ามีนายทุน นักวิชาการ ทหารและสื่อมวลชนรวม 4 กลุ่มจับมือกันเตรียมการเคลื่อนไหวลงขันล้มรัฐบาลนี้ว่า เป็นขบวนการปล่อยข่าวเพื่อเรียกร้องความเห็นใจให้รัฐบาลและเป็นการปลุกระดมคนเสื้อแดงให้ต่อต้านการปฏิวัติรัฐประหารทั้งที่เรื่องดังกล่าวไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด การสร้างข่าวเรื่องนี้เป็นเรื่องของคนในรัฐบาลเองที่มีการสร้างข่าวปั้นเรื่องอย่างเป็นขบวนการ นับตั้งแต่การปล่อยข่าวว่า มีการจ้างมวลชนในเขตปริมณฑลหัวละ 500 บาทมาชุมนุมกดดันรัฐบาล จากนั้นจึงมีการทะยอยปล่อยข่าวต่อเนื่อง คือกรณี 4 กลุ่มวิชาชีพหารือล้มรัฐบาล และล่าสุดวันนี้ ( 29 ม.ค.) ที่มีการปลอ่ยข่าววว่ามีนักการเมืองและทหารกลุ่มหนึ่งนัดพบกันที่เซฟเฮ้าท์เพื่อวางแผนล้มรัฐบาล ซึ่งเป็นการใช้จิตนาการสร้างข่าวเท็จเบี่ยงเบนประเด็นการแก้ไขกฏหมายอาญา มาตรา 112 ที่ถูกกระแสสังคมต่อต้านอย่างรุนแรง จนคนในกลุ่มนิติราษฏร์บางคนต้องใส่เกียร์ถอย

นายเทพไท กล่าวอีกว่า ซึ่งถ้าข่าวการวางแผนล้มรัฐเป็นความจริงก็ขอให้รองโฆษกรัฐบาลเปิดเผยหลักฐาน ข้อมุลเชื่อมโยงทั้งหมดออกมาและขอให้มอบเรื่องให้ฝ่ายความมั่นคงของรัฐเข้ามาดำเนินการตามกฏหมาย แต่ถ้าไม่มีมูลความจริง ก็แสดงว่าเป็นการเล่นละครตบตาสังคมตามบทที่มีการสั่งให้ปล่อยข่าวเพื่อหวังผลทางการเมืองเท่านั้น ขอให้ผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยตบปากสั่งสอน อย่างสร้างความวุ่นวาย สับสนให้สังคม ให้พิจาณาการทำงานของทีมงานโฆษกพรรคเพื่อไทยทั้งระบบที่มีความล้มเหลวทั้งทีมโฆษกรัฐบาลและทีมโฆษกพรรคและไม่อยากให้สร้างจินตนาการรื้อฟื้นเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ที่ให้คนไทยต้องออกมาฆ่ากันเอง ด้วยขบวนการสร้างเรื่องเท็จ เสี้ยมให้คนไทยเกิดความหวาดระแวง สร้างความแตกแยกตอกลิ่มซ้ำในสังคมไทยอีก จึงอยากถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ สร้างความแตกแยกให้บ้านเมืองไม่พออีกหรือ จึงต้องให้ลิ่วล้ออกมาซ้ำเติมบ้านเมืองเช่นนี้อีก

ส่วนกรณีที่ผลโพลที่ออกมาระบุว่า ประชาชนชื่นชอบการปราบปรามยาเสาพติดในยุคของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรมากที่สุดนั้น นายเทพไทกล่าวว่า ถ้าเป็นเรื่องของกระแสสังคมก็ต้องยอมรับความจริงว่า คนไทยเบื่อหน่ายปัญหายาเสพติดมาก คนไทยจึงเห็นว่าการจะใช้วิธีการใดก็ได้ขอให้ขจัดยาเสพติดให้หมดสิ้นไป โดยไม่คำนึงถึงวิธีการและความถูกต้องของหลักกฏหมาย แต่อยากให้ไปถามความรู้สึกของคนที่สูญเสียญาติพี่น้องที่ถูกฆ่าตัดตอน 2,500 ศพบ้างว่า ญาติพี่น้อง ลูกเมียเขารู้สึกอย่างไร โพลที่ถามคงจะถามคนในสังคมที่ไม่ได้ถามคนที่สูญเสีย จึงอยากให้สังคมตั้งสติว่า นโยบายการปราบปรามยาเสพติดเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนด้วย ส่วนแนวคิดการสร้างคุกเพื่อแยกผู้ต้องหาค้ายาเสพติดโดยเฉพาะนั้น ส่วนตัวเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว แต่ไม่ทราบว่ารัฐบาลจะมีงบประมาณเพียงพอในการจัดสร้างหรือไม่ กลัวว่าโครงการนี้จะเป็นแค่ความฝัน เพราะมีคนเคยคิดเรื่องนี้มาแล้ว แต่ก็จบด้วยข้อจำกัดของงบประมาณการสร้าง ถ้ารัฐบาลนี้จะเอาจริงในเรื่องนี้ก็น่าเอางบประมาณ 2 พันล้านที่จะไปหว่านเยียวยาซื้อใจคนเสื้อแดงมาก่อสร้างคุกความมั่นคงเพื่อกักขังผู้ต้องหาค้ายาเสพติดน่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติมากกว่า

ปชป. เสี้ยม ตั้งคำถาม “ทักษิณ” ใช้ “นิติราษฎร์” เป็น “นกต่อ”

มกราคม 27, 2012 by nataya_p  
Filed under breakingnews, การเมือง

ปชป. เสี้ยม ตั้งคำถาม “ทักษิณ” ใช้ “นิติราษฎร์” เป็น “นกต่อ” ฟอกความจงรักภักดี ทำเป็นจวกพวกแก้ม.112 ด้าน“มัลลิกา” ทวง “ปู-อนุดิษฐ์” ใส่เกียร์ว่างปราบเวบหมิ่น ส่งให้ฟัน 200 ลิงค์ 2 เดือนไม่คืบสักคดี ซ้ำยังงอกเพิ่มอีก 400 ลิงค์ เตรียมยื่นรวบยอด “ดีเอสไอ” ฟัน 478 ลิงค์ พ่วงฟันอาญา “ปู-เหลิม-อนุดิษฐ์-เพียวพันธุ์” อาญาม.157 จันทร์นี้

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯเงา แถลงถึงความเคลื่อนไหวขอิงกลุ่มนิติราษฎร์เพื่อแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่า นับวันจะมีการต่อต้านจากหลายฝ่าย จนเกิดเป็นกระแสต่อต้านขยายวงมากขึ้น แต่จะเห็นว่าพรรคเพื่อไทยปรับท่าทีค่อนข้างชัดโดยออกมาโจมตีการเคลื่อนไหวและข้อเสนอของคณะนิตราษฎร์ที่เสนอแก้มาตรา112 แต่ข้อเท็จจริงมวลชนสนับสนุนกลุ่มนิตราษฎณ์ โดยเฉพาะหน้าเวที มีแต่คนเสื้อแดงทั้งสิ้น

“ขอตั้งข้อสังเกตุว่ากลุ่มนิติราษฎร์กำลังตกเป็นเหยื่อระบอบทักษิณ เป็นไปได้หรือไม่ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯใช้กลุ่มนิติราษฎร์ขึ้นมาเป็นเหยื่อให้ตัวเอง ทำทีมาขัดขวางเพื่อให้เห็นว่าตัวเองจงรักภักดี จึงขอให้จับตาว่ากระบวนการนิติราษฎร์เป็นเครื่องฟอกคนในระบอบทักษิณว่าจงรักภักดีหรือไม่”นายเทพไทกล่าว

“เทพไท” อ้าง “ปู่ชัย-ขุนฆ้อน” ขัดผลประโยชน์สร้างรัฐสภาแห่งใหม่

มกราคม 8, 2012 by nataya_p  
Filed under การเมือง

วันที่ 8 ม.ค. นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่าในช่วงค่ำของวันที่ 6 ม.ค. ที่ผ่านมา ระหว่างอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 55หลังเกิดวิวาทะระหว่างนายสมศักดิ์ เกียรติสุนนท์ ประธานรัฐสภา และ นายชัย ชิดชอบ อดีตประธานรัฐสภา ในเรื่องเกี่ยวกับการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ที่แยกเกียกกาย และต่อมาทราบว่า นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาฯ ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ดูพื้นที่ใหม่ในอ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี หากมีการย้ายการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ โดยอ้างว่าบริเวณแยกเกียกกาย ที่ขณะนี้กำลังก่อสร้างไปแล้ว 30% และใช้เงินไปแล้วกว่า 5 พันล้านบาท ต้องประสบปัญหาน้ำท่วม และสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา บดบังทัศนียภาพของรัฐสภาแห่งใหม่ ซึ่งตนมองว่าไม่เป็นความจริงเพราะพื้นที่เกียกกายน้ำก็ท่วมเช่นกัน

นายเทพไท กล่าวว่า เรื่องนี้น่าจะมีการขัดผลประโยชน์ระหว่างอดีตประธานรัฐสภา และ ประธานรัฐสภาคนปัจจุบัน เพราะโครงการนี้ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช นายกฯ โดยเฉพาะความต้องการยกเลิกบริษัทที่ทำการก่อสร้างที่มี 4 บริษัท และตนก็ไม่ทราบว่าประธานรัฐสภามีอำนาจจะสั่งยกเลิกโครงการได้หรือไม่เพราะโครงการได้เดินหน้าไปแล้ว อีกทั้งยังได้มีพิธีวางศิลาฤกษ์จาก สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เป็นที่เรียบร้อย โครงการดังกล่าวนี้ควรจะเดินหน้าก่อสร้างให้เสร็จเพราะไม่ต้องการให้เป็นโครงการ 7ชั่วโครต และหากประธานรัฐสภาคนปัจจุบันพบความไม่โปร่งใสต่างๆก็ควรจะเปิดโปงให้สังคมได้รับทราบด้วย

ปชป.สับ “เติ้ง” ปราชิกทางการเมืองใส่แต้มรบ.9เต็ม10

มกราคม 3, 2012 by nataya_p  
Filed under breakingnews, การเมือง


นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่โฆษกพรรคชาติไทยพัฒนาออกมาตอบโต้ ตนที่วิจารณ์นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้คะแนนนายกฯ 9 เต็ม 10 รัฐบาล  ว่า อยากชี้แจงว่า การวิจารณ์นายบรรหาร ของตนอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง และในฐานะนักการเมืองคนหนึ่ง นายบรรหารให้คะแนนนายกฯ 9 เต็ม 10 ซึ่งสวนทางกับความรู้สึกของคนส่วนใหญ่ในสังคม วัดได้จากผลโพลล์หลายสำนักที่ให้คะแนนนายกฯ แค่ 5 หรือ 6 คะแนนเท่านั้น  ดังนั้นการที่โฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา ออกมาเปรียบเทียบว่านายบรรหารเป็นถึงระดับสังฆราช ก็ควรปล่อยให้สนทนาธรรมกันไป แม้ว่านายบรรหารจะเป็นนักการเมืองอาวุโส เทียบเท่าชั้นสังฆราชก็จริง แต่เป็นสังฆราชที่ปราชิก เพราะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง

“ผมเป็นส.ส.ก็สามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่โฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา เป็นแค่ส.ส.ตอบตก พลาดหวังจากตำแหน่งรองโฆษกรัฐบาลก็ออกมาตีโพยตีพาย ซึ่งเปรียบเสมือนเด็กวัด ถ้าจะกล่าวหาว่าผมเป็นแค่เณรน้อย ก็เป็นเณรน้อยเจ้าปัญญา จบชั้นเปรียญเก้า  และไม่ปราชิกทางการเมือง เพราะฉะนั้นในฐานะที่เป็นนักากรเมืองด้วยกันก็ควรที่จะใจกว้างรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันละกัน คนเป็นนักการเมือง เป็นส.ส.มีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน เพราะต่างก็เป็นตัวแทนของประชาชน ไม่ควรที่จะมาแบ่งชั้นวรรณะ หรือสถานะทางการเมือง ถ้าจะตอบโต้ก็อยากให้พูดถึงเนื้อหาและข้อเท็จจริงมากกว่ามาเป็นสำนวนโวหารหรือกระแหนะกระแหนเพื่อให้ตัวเองเป็นข่าวเท่านั้น”นายเทพไท กล่าว

ปชป.ย้อนถามหาจุดยืนของ “ยิ่งลักษณ์-ยุทธศักดิ์”

ตุลาคม 8, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews, การเมือง

ปชป.ย้อนถามหาจุดยืนของ “ยิ่งลักษณ์-ยุทธศักดิ์” กรณีลิ่วล้อชงกฏหมาย ขรก.กระทรวงกลาโหมเข้า กมธ.การกฏหมายและยุติธรมฯ สภา ลั่นอย่าตีสองหน้า นายนิ่ง ลูกน้องกดดัน กมธ.ซีก ปชป.ค้าน อย่าเพิ่มปมขัดแย้ง หวั่นแทรกแซงกองทัพควบคุมเบ็ดเสร็จ

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการกฏหมาย ยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน กล่าวถึงกรณีที่นายประชา ประสพดี ส.ส.พรรคเพื่อไทยระบุจะนำเรื่องการขอแก้ไข พ.ร.บ.จัดระเบียบข้าราชการกระทรวงกลาโหมปี 2551 เข้าพิจารณาโดยจะเรียกผบ.เหล่าทัพเข้าชี้แจงว่า การกระทำดังกล่าวเป็นท่าทีหรือจุดยืนของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ อยากให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะที่เป็นนายกฯและพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหมได้แสดงจุดยืนต่อกรรีนี้ให้ชัดเจน ไม่อยากให้มีการเล่นละครสวมบทตีสองหน้า เหมือนในอดีตที่ผ่านมา และจะต้องพิจารณาดูว่าการนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการมีความเหมาะสมหรือไม่ เพียงใด

นายเทพไท กล่าวต่อว่า การที่จะเรียกผบ.เหล่าทัพและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาบี้ในคณะกรรมาธิการฯไม่ใช่เรื่องที่เหมาะสม ถ้าพรรคเพื่อไทยมีความบริสุทธิ์ใจก็ควรให้กรรมาธิการเผ็นเจ้าภาพในการจัดสัมมนาเพื่อรับฟังความเห็นและหาข้อดี ข้อด้อยมากกว่าที่จะเรียกนายทหารมาไล่ต้อนเพื่อชำระความแค้นส่วนตัวในคณะกรรมาธิการฯมากกว่า จึงขอให้คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้ตระหนักและคำนึงถึงบทบาท หน้าที่ว่า มีขอบเขตในการทำงานมากน้อยแค่ไหน ไม่ควรที่จะใช้พ.ร.บ.คำสั่งเรียกบุคคลมาชี้แจงในกรรมาธิการ ส.ส.และสว. มาเป็นเครื่องมือบังคับใช้ ซึ่งจะก่อให้เกิดความแตกแยก จึงขอให้สังคมจับตามองว่า กรรีนี้พรรคเอไทยมีวาระซ่อนเร้นหรือไม่ หลังจากที่มีความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยพยายามเข้าไปแทรกแซงบัญชีโยกย้ายนายทหารประจำปีและแต่งตั้งตำแหน่งนายทหารในกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.)

อยากจะถามว่าถ้ากฏหมายข้าราชการกลาโหมมีปัญหาในการบังคับใช้จริง เหตุใดในยุครัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็สามารถปฏิบัติใช้ได้โดยไม่เกิดปัญหา เป็นไปได้หรือไม่ว่า ในรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ทำตามใบสั่งจะใช้ตำราได้คืบเอาศอก หลังจากที่เลือกตั้งคุมอำนาจรัฐแบบเบ็ดเสร็จก็ยังเหลือเพียงสถาบันทหาร กองทัพที่ยังไม่สามารถแทกแซง สั่งการได้เพียงองค์กรเดียวจึงพยายามที่จะรุกคืบขอแก้ไขเปิดทางให้ฝ่ายการเมืองเข้าไปแทรกแซงได้ ทั้งที่ข้อเท็จจริงควรที่จะให้กองทัพมีความเป็นอิสระเพราะเป็นสถาบันยที่เกี่ยวข้องกับการปกป้องความมั่นคงของชาติ ถ้าถูกการเมืองแทรกแซงกองทัพก็จะอ่อนแอและล้มเหลวในการทำหน้าที่เป็นป้องกันประเทศ

“เทพไท” ฟันธง2รมต. ตัวจริงทำผิด รธน. 3 มาตรา

ตุลาคม 8, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews, การเมือง

เทพไท รมต.ประจำสำนักนายกฯ เงา ฟันธง 2 รมต.ตัวจริงทำผิด รธน. 3 มาตรา ชี้ไม่มีอำนาจหน้าที่แทรกแซงแต่งตั้งโยกย้ายพนักงานรัฐวิสากกิจที่เป็นบริษัทมหาชน ย้ำชัดตัวอย่างแทรกแซงสื่อสารมวลชนซ้ำรอยยุค “ทักษิณ”


ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช ในฐานะรมต.ประจำสำนักนายกฯเงา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณายื่นถอดถอนน.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ รมต.ประจำสำนักนายกฯและนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง กรณีใช้อำนาจหน้าที่เข้าแทรกแซงในการโยกย้ายพนักงานใน อสมท.ว่า ได้นำเอกสารสำเนาที่เป็นหนังสือการและหารือของบุคคลทั้งสอง รวม 2 ฉบับ คือหนังสือจากสำนักนายกฯฉบับที่ นร.0405/9593 และหนังสือจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ที่กค.0806.1/3944 พิจารณาในฝ่ายกฏหมายของพรรคแล้วพบว่า เข้าข่ายกระทำความผิดมาตรา 48 ,266 และ 268 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐมนตรีทั้งสองอาจมีข้ออ้างว่าสามารถใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.การบริหารราชการแผ่นดินได้ แต่การโยกย้ายแต่งตั้งที่ฝ่ายการเมืองจะเข้าพิจารณาหรือยุ่งเกี่ยวได้คือในกรณีของผู้บริหารองค์กรระดับสูง ซี 11 เท่านั้น

นายเทพไท กล่าวต่อว่า ในกรณีนี้ฝ่ายกฏหมายพรรคตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีกฏหมายใดที่ให้อำนาจรัฐมนตรีทั้งสองสามารถใช้อำนาจระงับ หรือแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารหรือพนักงานของบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ และบริษัทดังกล่าวก็อยู่ในฐานะสื่อสารมวลชน ไม่ใช่เป็นเพียงรัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ การเปลี่ยนแปลงใดๆในบริษัทมหาชน ก็ต้องเป็นมติของผู้ถือหุ้นใหญ่เท่านั้น ไม่ใช่รัฐมนตรีจะถือโอกาสเข้าไปล้วงลูกตามอำเภอใจได้ ซึ่งกรณีนี้ถือเป็นกรณีตัวอย่างที่จับได้ไล่ทันว่า รัฐบาลชุดนี้ได้เข้าไปแทรกแซงสื่อ โดยพยายามที่จะแทรกแซงในระดับฝ่ายบริหารสั่งการขององค์กรให้โยกย้ายพนักงานในอสมท. ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของพฤติกรรมการแทรกแซงสื่อเหมือนในยุครัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่เคยใช้ได้ผลมาแล้ว

“เทพไท” จวก “ตู่” ติดคุกออกมายังไม่สำนึก ปลุกระดมเสื้อแดงต่อ

สิงหาคม 2, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews, news report, การเมือง

ออกมาปลุกระดมเสื้อแดงให้เคียดแค้นฝ่ายตรงข้ามกับตัวเอง ป้อง “สุเทพ” ไม่จำเป็นต้องไปขุดรูอยู่ พร้อมยืดอกพิสูจน์ความจริง

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแนนำกลุ่มนปช. ได้รับการประกันตัวจากศาลว่า เป็นกระบวนการตามกฎหมายเมื่อกกต.รับรองให้นายจตุพรเป็นส.ส.ก็ต้องเปิดโอกาสให้เขามารายงานตัวต่อสภาฯ และเมื่อได้เป็นส.ส.เต็มตัวแล้วก็จะต้องได้รับเอกสิทธิคุ้มครองจากสภาฯ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าดูจากท่าทีของนายจตุพรหลังจากได้รับการปล่อยตัวขึ้นบนหลังคารถปราศรัยปลุกระดมกับคนเสื้อแดงต่อไปอีกนั้น แสดงให้เห็นว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาที่นายจตุพรถูกคุมขังในเรือนจำไม่สามารถทำให้นายจตุพรรู้สึกสำนึกในความรับผิดชอบชั่วดีของตนเองต่อสังคม ทั้งๆ ที่ควรจะสงบปากสงบคำมีความสำรวมในการเคลื่อนไหวทางการเมืองมากกว่านี้

นายเทพไท กล่าวต่อว่า การพาดพิงถึงตังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รักษาการเลขาธิการพรรค เป็นเรื่องที่ไม่มีเหตุผลใดๆ เพียงแต่ใช่บุคคลทั้งสองเป็นเหยื่อปลุกระดมให้คนเสื้อแดงเคียดแค้น ซึ่งไม่ทราบว่าจากนี้ไปประเทศไทยภายใต้การบริหารรัฐบาลของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย จะเกิดความปรองดองได้อย่างไร ถ้าเมื่อฝ่ายกุมอำนาจรัฐยังเกิดความเคียดแค้นอาฆาตมาดร้ายกับฝ่ายตรงกันข้ามของตัวเอง นโยบายการปรองดองที่แก้ไข ไม่แก้แค้นของน.ส.ยิ่งลักษณ์ก็เป็นเพียงแค่ลมปากหลอกลวงประชาชนเพื่อหวังคะแนนเสียงในการเลือกตั้งเท่านั้นเอง ดังนั้น อยากให้นายจตุพรได้รู้สำนึกในการทำหน้าที่ส.ส. ควรกลับเข้าไปอยู่ในสภาฯ ทำหน้าที่ส.ส.ร่วมกับแกนนำนปช.ที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามา ทำหน้าที่ตามกรอบของกฎหมายและบทบาทของส.ส.จะดีกว่า

ส่วนกรณีที่นายจตุพรออกมาเยาะเย้ยนายสุเทพว่าควรไปขุดรูอยู่นั้น นายเทพไท กล่าวว่า ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำตามที่นายจตุพรพูด เพราะคนอย่างนายสุเทพกล้าพิสูจน์ความจริงในที่แจ้ง ไม่จำเป็ฯต้องไปมุดกัวอยู่ในรูที่ไหน ถ้ารัฐบาลชุดนี้จะดำเนินการใดๆ ทางกฎหมายก็พร้อมยืดอกต่อสู้ โดยไม่หนีคดีเหมือนนายใหญ่ของตัวเองอย่างแน่นอน

“เทพไท” ซัด“ ยิ่งลักษณ์” หุ่นเชิดพ.ต.ท.ทักษิณ

กรกฎาคม 25, 2011 by Anuthida_c  
Filed under breakingnews, news report, การเมือง

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพ ไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช แถลงถึงกรณีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทยออกมากล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ หมายเลขหนึ่งพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่หุ่นเชิดของพ.ต.ท.ทักษิณฺ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นั้นจากที่ตนได้ให้ความเห็นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นหุ่นเขชิดของพ.ต.ท.ทักษิณ ตัวจริง นายพร้อมพงศ์ พยายามเบี่ยงเบนประเด็นว่าสิ่งที่กล่าวหาว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นหุ่นเชิด เพราะพรรคประชาธิปัตย์ หวังที่จะเป็น จิ๊กซอว์ ในการต่อไปยังคดียุบพรรค เพื่อไทยให้ได้นั้น ตนอยากจะชี้แจงว่า เป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏชัดว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นนอมินี และเป็นโคลนนิ่ง ให้พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งทั้ง 2 คนก็ยอมรับ ความหมายไม่แตกต่างอะไรกับหุ่นเชิด ความหมายตรงกับภาษาไทย สิ่งที่นายพร้อมพงศ์ ออกมาปฏิเสธนั้นเป็นการแก้ตัวอย่างน้ำขุ่นๆ เพราะสิ่งที่เห็นชัดคือ การโฆษณาในการหาเสียงที่ว่า “ พ.ต.ท.ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” “ ทักษิณส่งแฟ็กซ์ ยิ่งลักษณ์เอามาอ่าน”

นายเทพไท กล่าวต่อว่า เรื่องที่เกิดขึ้นตนกำลังจับตาดูอยู่ว่า บทบาทของน.ส.ยิ่งลักษณ์ในสภาฯในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าไม่มีโพย ไม่มีโฉนด ไม่มีแฟ็กซ์จากดูไบ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะพูดได้พุดถูก หรือๆไม่ ดังนั้นอีกไม่กี่วันก็จะเห็นได้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะเป็นหุ่นเชิด หรือ นอมินี หรือ เป็นโคลนนิ่ง จริงหรือไม่ และการที่ออกมา กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์พยายามที่จะโยงเรื่องนี้เพื่อไปสู่คดียุบพรรคนั้น ไม่มีความหวังเช่นนั้น เพราะข้อหาคดียุบพรรคเพื่อไทย นั้นมีหลายคดี หลายประเด็นที่อยู่ในการสอบสวนของกกต. จึงไม่จำเป็นที่จะเอาเรื่องดังกล่าวไปสู่คดียุบพรรค เพียงแต่ต้องการ.ห้สังคมรู้ว่า ” ว่าที่นายกฯเป็นหุ่นเชิดของพี่ชายจริงๆ”

“เทพไท” ออกตัว สวน “พิเชษฐ” ชี้ ปชป.ถดถอยหรือไม่ ไม่ได้วัดที่จำนวนส.ส

กรกฎาคม 16, 2011 by Anuthida_c  
Filed under breakingnews, news report, การเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีที่มีกระแสข่าวออกมาถามทางว่า ตำแหน่งเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ต้องมาจากภาคใต้ โดยอ้างจำนวนของส.ส.ว่ามาจากภาคใต้มากที่สุด ว่า ในฐานะส.ส.ภาคใต้คนหนึ่ง เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่พรรคการเมืองท้องถิ่นหรือพรรคการเมืองภาคนิยม แต่พรรคถือเป็นสถาบันทางการเมือง ก็ควรจะก้าวข้ามให้พ้นระบบส่วนบุคคล โดยไม่จำเป็นว่าเลขาธิการพรรคต้องเป็นส.ส.จากภาคใต้ แม้ว่าจำนวนส.ส.ประชาธิปัตย์ในภาคใต้มีจำนวนมากก็ตาม แต่ก็สามารถเข้าไปอยู่ในสัดส่วนตำแหน่งของกรรมการบริหารพรรคและตำแหน่งอื่นๆในพรรคได้ เช่น รองหัวหน้าพรรคหรือรองเลขาธิการพรรค ถ้าหากเลขาธิการพรรคมากจากภาคอื่น ก็สามารถทำให้พรรคประชาธิปัตย์สามารถขยายฐานเสียงของพรรคได้กว้างขวางยิ่งขึ้น และการคัดเลือกเลขาธิการพรรคควรคำนึงถึงความรู้ความสมารถและความเหมาะสม มากกว่าโควต้าจากภาคต่างๆ
เมื่อถามว่า นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอชื่อคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ให้ขึ้นมาเป็นเลขาธิการพรรคอีกคนจะทำให้เกิดความขัดแย้งภายในพรรคหรือไม่ เนื่องจากมีตัวเลือกเพิ่มขึ้น นายเทพไทกล่าวว่า การเสนอชื่อคุณหญิงกัลยาไม่น่าจะสร้างความขัดแย้ง แต่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของบุคลากรของพรรคที่มีคุณภาพที่สามารถจะเป็นเลขาธิการพรรคได้ แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับตัวผู้ที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคว่าจะเสนอใครให้ที่ประชุมใหญ่คัดเลือก 3 ชื่อ และแน่นอนคนในพรรคที่เหมาะสมในตำแหน่งย่อมมีมากกว่า 3 ชื่อเพียงแต่หัวหน้าพรรคและสมาชิกจะเห็นชอบใครให้เป็นผู้บริหารมากกว่า ส่วนที่นายพิเชษฐเสนอให้มีการผสมผสานคนรุ่นใหม่และรุ่นเก่าเพื่อบริหารพรรค เป็นแนวทางที่ดีและพรรคได้ปฏิบัติตามแนวทางนี้มาโดยตลอด เพียงแต่โครงโครงสร้างกรรมการบริหารพรรคในปัจจุบันลดน้อยเหลือเพียง 19 คน อาจทำให้มีข้อจำกัดในเรื่องตำแหน่งของทั้งคนเก่าและคนใหม่ แต่ยืนยันว่าการบริหารงานของพรรคยังใช้ในรูปแบบให้คนรุ่นเก่าหรือผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรคอยู่ในสภาที่ปรึกษา ซึ่งสามารถให้คำปรึกษาและเป็นพี่เลี้ยงให้กับกรรมการบริหารพรรคอยู่แล้ว
“ในวันประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เชื่อว่ากรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ที่จะได้รับการคัดเลือก จะสรุปบทเรียนของกรรมการบริหารพรรคชุดเก่าที่ผ่านมา และคงจะกำหนดยุทธศาสตร์ของพรรคในฐานะพรรคการเมืองฝ่ายค้านเพื่อจะพลิกฟื้นศรัทธาของพรรค ให้กลับมาเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลต่อไปได้อีก”นายเทพไทกล่าว
เมื่อถามว่า นายพิเชษฐวิพากษ์วิจารณ์ตรงไปตรงมาว่า ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์อยู่ในภาวะถอถอยจากอดีต นายเทพไทกล่าวว่า เป็นความเห็นส่วนตัวของนายพิเชษฐ แต่เชื่อว่าเป็นความหวังดีของสมาชิกอาวุโส แต่การถดถอยของพรรคไม่ได้วัดจากจำนวนที่นั่งส.ส. เพราะในบางพื้นที่จำนวนที่นั่งส.ส.ลดลงก็จริง แต่คะแนนิยมของพรรคเพิ่มขึ้น ฉะนั้นความสำเร็จของพรรคไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขส.ส. แต่อยู่ที่สถานการณ์ทางการเมือง กระแสสังคม และผลงานของพรรคมากกว่า นายเทพไท ยังกล่าวถึงกระแส่ข่าวคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เตรียมรับรองการเป็นส.ส.ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ 12 แกนนำเสื้อแดง โดยระบุเหตุผลว่าไม่ติดขัดข้อกฎหมายใดๆ ว่า การจะรับรองกลุ่มคนเหล่านี้หรือไม่ กกต.จะต้องมีเหตุผลชี้แจงต่อสังคมให้ชัดเจน ไม่ควรที่จะให้สังคมตั้งข้อสงสัยว่าการรับรองกลุ่มคนเหล่านี้ เป็นเพราะความเกรงกลัว ถูกกดดัน เป็นไปตามกระแส หรือเป็นเพราะธงที่ต้องการให้เปิดประชุมสภาฯให้ได้ตามกฎหมาย ไม่อยากจะให้มองว่ากกต.ชุดนี้ปัดสวะ โยนภาระให้กับศาลรัฐธรรมนูญในการพิจารณาคุณสมบัติหรือเพื่อเป็นการซื้อเวลาในอนาคต

หน้าต่อไป