Get Adobe Flash player

“ณัฐวุฒิ” เผย19 ส.ค.ยื่นประกันแดงทั่วประเทศ

สิงหาคม 18, 2011 by blackkat  
Filed under breakingnews, news report, การเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แกนนำนปช. กล่าวถึงการประกันตัวคนเสื้อแดงที่ยังคงอยู่ในเรือนจำทั่วประเทศอีกกว่า 100 คน ว่า ต้องขอบคุณกระบวนการศาลสถิตยุติธรรมที่ให้โอกาสพี่น้องคนเสื้อแดงที่อุดรธานี ทั้ง 22 คนได้รับอิสรภาพ ทั้งนี้กระบวนการของการต่อสู้คดีพวกตนยินดีที่จะเดินหน้าในทุกข้อกล่าวหา และในวันที่ 19 ส.ค.เวลา 09.00 น. ทนายนปช.ก็จะเดินทางไปยื่นประกันตัวต่อศาลพร้อมกันทั่วประเทศทั้งในกทม.และต่างจังหวัด

สำหรับเรือนจำในต่างจังหวัด ประกอบด้วย เรือนจำมหาสารคาม 9 คน และขอนแก่น 4 คน ส่วนที่เรือนจำอุบลฯ ทราบว่ามีจำนวน 21 ราย และผู้ต้องหาทั้งหมดนี้คดีได้เดินมาจนครบกระบวนการสอบพยานทั้งพยานโจทย์ และพยานจำเลย ศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 5 ก.ย. ฉะนั้นเฉพาะจังหวัดอุบลฯ จะหารือกับทนายว่าจะดำเนินการยื่นคำร้องขอประกันตัวก่อนในช่วงนี้ได้หรือไม่ ส่วนศาลจะพิจารณาให้มีหลักทรัพย์เพิ่มเติมอย่างไรคงไม่ก้าวล่วงเรายินดีที่จะปฏิบัติตาม เพื่อให้พี่น้องเราได้ออกมาสู่อิสรภาพโดยเร็วที่สุด

“ธิดา” ประกาศเดินหน้าทวงคืนความยุติธรรมให้คนเสื้อแดง

สิงหาคม 14, 2011 by blackkat  
Filed under breakingnews, news report

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ รักษาการประธานนปช. กล่าวถึงการต่อสู้เพื่อประกันตัวผู้ต้องขังกลุ่มคนเสื้อแดงที่ยังถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำอีกเกือบ 100 คน ว่า ขณะนี้พวกเราส่วนหนึ่งได้เป็นรัฐบาลและรัฐมนตรี แต่คนที่ต่อสู้ร่วมกันมาอีกจำนวนหนึ่งยังติดอยู่ในคุก และยังมีเพื่อนที่ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตอีกจำนวนหนึ่ง ในบทบาทของรัฐบาลต้องทำงานให้ดีที่สุด ขณะที่ภาคประชาชนต้องไม่ทิ้งเพื่อน จะเสวยสุขทั้งๆที่เพื่อนยังติดคุกอยู่ไม่ได้ เรื่องการเยียวยาและการทวงคืนความยุติธรรมจึงต้องเดินหน้าต่อไป คนเสื้อแดงให้โอกาสรัฐบาลได้ทำงานเพื่อเดินหน้าแก้ปัญหาเศรษฐกิจ จากนั้นค่อยมาทำในสิ่งที่ได้ให้คำมั่นสัญญาไว้กับประชาชน นั่นคือการเยียวยาความยุติธรรม

ส่วนกรณีที่แกนนำนปช.เรียกร้องเงินเยียวยาให้กับผู้เสียชีวิตศพละ 10 ล้านบาทนั้น นางธิดา กล่าวว่า เป็นประเด็นที่พูดกันมานาน โดยในช่วงของการหาเสียงพรรคเพื่อไทยก็ได้เปิดประเด็นและพูดเอาไว้เช่นกัน แต่ในเรื่องตัวเลขที่เหมาะสมกับการเยียวยานั้น สามารถปรับลดให้เหมาะสมและสอดคล้องกับความสูญเสียจริงได้ ซึ่งยังเป็นรายละเอียดที่ต้องนำไปหารือร่วมกันอีกครั้ง

“เราดีใจและยินดีที่ผู้หญิงคนหนึ่งได้เป็นนายกฯ แต่ไม่สบายใจที่ผู้หญิงอีกหลายคนยังติดอยู่ในคุก และบางคนยอมรับสารภาพเพราะต้องการให้จบๆเรื่องไป หลังจากนี้บทบาทของนปช.จะขับเคลื่อนในเรื่องการทวงคืนความยุติธรรม ทั้งในเรื่องการยื่นประกันตัวและการต่อสู้แก้ข้อกล่าวหาให้กับคนเสื้อแดง โดยจะดำเนินการควบคู่ไปกับการสร้างความแข็งแกร่งให้กับสมัชชาประชาชน ซึ่งทุกวันนี้พวกเขาต่อสู้เชิงอุดมการณ์มากกว่าผลประโยชน์ ประชาชนมีวินัยมากขึ้นและจดจำคำพูดของแกนนำและนโยบายในการหาเสียงของนักการเมือง ดังนั้นแกนนำหรือนักการเมืองจะพูดแบบส่งเดชไม่ได้ ถึงเวลาเหมาะสมจะมีการติดตามทวงถามการปฏิบัติตามนโยบายที่ประกาศไว้” รักษาการประธานนปช. กล่าว

“เทือก” ผิดหวังกกต.ปล่อยผี”ตู่”อัดยับแค่ความสูญเปล่า จี้แก้ไข

สิงหาคม 2, 2011 by Anuthida_c  
Filed under breakingnews, news report, การเมือง

ที่รัฐสภา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รักษาการเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กรณีที่กกต.รับรองนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. เป็นส.ส.แล้วแต่ยังมีปัญหาเรื่องข้อกฎหมายว่าจะเข้ามาทำงานได้และออกจากคุกทันทีเลยหรือไม่ ว่า ก่อนอื่นต้องเรียนตรงๆ ว่ากกต.ชุดนี้ได้สร้างความผิดหวังให้กับประชาชนมาก ประชาชนหลายคนมาบอกกับตนว่ากกต.ชุดนี้เป็นความสูญเปล่าที่ประเทศชาติจะต้องให้ความสนใจว่าทำอย่างไรถึงจะแก้ปัญหานี้ได้ เพราะกกต.สร้างผลงานไม่เป็นที่ประทับใจประชาชนเลยในคราวนี้ กำกับควบคุมการเลือกตั้งก็ไม่ได้เป็นโล้แป็นพาย ไม่ได้แสดงอะไรออกมาที่จะบังคับใช้กฎหมายให้เคร่งครัดเพื่อการเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม วินิจฉัยอะไรก็ตรงกันข้ามกับความรู้สึกของประชาชน น่าเสียดาย ซึ่งในขณะนี้คงเป็นปัญหาที่ตัวบุคคลที่เข้ามาเป็นกกต. เพราะกกต.ชุดที่นายสวัสดิ์ โชติพานิช เป็นประธานก็ยังแจกใบเหลืองใบแดงได้ชัดเจนคนก็กลัวกกต.กันมาก มาเดี๋ยวนี้ไม่เป็นอย่างนั้นเลย

กกต.รับรอง94ส.ส. ยกเว้น “จตุพร”

กรกฎาคม 27, 2011 by blackkat  
Filed under การเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้(27ก.ค.) นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวภายหลังการประชุมกกต.เพื่อพิจารณาประกาศรับรองผลนานกว่า 7 ชั่วโมงว่า ที่ประชุมกกต.มีมติประกาศรับรองผลการเลือกตั้งส.ส.ในรอบที่ 4 จำนวน 94 คน ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายพายัพ ปั้นเกตุ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย นางพรทิวา นาคาศัย ส.ส.เขต 1 ชัยนาท พรรคภูมิใจไทย และน.ส.พัชรินทร์ มั่นปาน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปไตยใหม่ โดยยกเว้นนายจตุพร พรหมพันธุ์ ว่าที่ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย เพียงคนเดียวที่กกต.มีมติ 3 ต่อ2 ยังไม่ประกาศรับรอง เนื่องจากเห็นว่ายังมีปัญหาในเรื่องคุณสมบัติการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย กรณีไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 3 ก.ค. จึงทำให้ขาดความเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ซึ่งให้อนุกรรมการไต่สวนไปดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมเพราะที่ผ่านมาไม่ได้เสนอความเห็นต่อกกต.ในประเด็นนี้

“เรื่องนี้เป็นการขัดกันระหว่างรัฐธรรมนูญกับพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2550 ดังนั้นจึงจำเป็นต้องให้อนุกรรมการไปตรวจสอบเพิ่มเติมในแง่ของข้อกฎหมาย ซึ่งกกต.ก็ไม่ได้กำหนดระยะเวลาว่าอนุกรรมการต้องดำเนินการให้เสร็จเมื่อใด และกกต.ก็ยังไม่ได้มีการกำหนดว่าจะหยิบเรื่องขึ้นมาพิจารณาอีกเมื่อใด แต่ขอยืนยันว่ากกต.ทำเรื่องนี้ดีที่สุดแล้ว” นางสดศรี กล่าว

นางสดศรี ยังยอมรับว่า ว่าที่ส.ส.ที่กกต.ประกาศรับรองในรอบที่ 4 นี้ไม่มีใครที่ที่ไม่มีเรื่องร้องคัดค้าน และการที่กฎหมายให้กกต.ประกาศรับรองไปก่อนร้อยละ 95 เพื่อให้เปิดประชุมสภาได้ แต่กกต.กลับประกาศรับรองที่เหลือทั้งหมดก็เชื่อคงไม่ทำให้กกต.ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องการทำงาน เพราะเก็บไว้ก็คงไม่มีประโยชน์อะไรเนื่องจากฝ่ายสืบสวนสอบสวนเสนอมาว่าหลังวันเลือกตั้งจนถึงวันที่ 11 ก.ค. มีการร้องเรียนเข้ามาถึง 193 เรื่องและจากวันที่ 11 ก.ค.จนถึงปัจจุบันก็มีการร้องคัดค้านเข้ามาอีกรวมเป็น 500 เรื่อง ซึ่งไม่มีทางที่กกต.จะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 1 ส.ค. นี้ได้ อีกทั้งมีการกำหนดวันที่จะเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกแล้ว เมื่อพิจารณาแล้วก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่เรื่องร้องคัดค้านต่างๆ ที่เหลือจะได้ให้ศาลฎีกาช่วยกลั่นกรองอีกทีหนึ่ง

อย่างไรก็ตามหลังจากนี้กกต.ก็จะยังพิจารณาสำนวนร้องคัดค้านที่ยังคงเหลืออยู่โดยจะเริ่มในวันพรุ่งนี้เลย ( 28 ก.ค.)

แหล่งข่าวจากกกต.เปิดเผยว่า สำหรับการลงมติในกรณีของนายจตุพรนั้น ที่ประชุมใช้เวลาในการถกเถียงเรื่องดังกล่าวค่อนข้างมาก โดยกกต.ฝ่ายเสียงข้างมาก3 เสียง ประกอบด้วยนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต. นายประพันธ์ นัยโกวิท และนางสดศรี สัตยธรรม เห็นว่า ควรต้องมีการพิจารณาในข้อกฎหมายให้รอบคอบก่อน ซึ่งมีการเสนอกันว่า ควรมีการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความหรือไม่ และถ้าจะส่งจำเป็นต้องประกาศรับรองไปก่อนหรือไม่ หากใช้แนวทางนี้ก็อาจทำให้กกต.เสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพราะความปรากฎอยู่แล้วว่าในวันเลือกตั้งนายจตุพร ไม่ได้ไปใช้สิทธิ ซึ่งก็ถือว่าขาดคุณสมบัติการเป็นสมาชิกพรรค ขณะที่ฝ่ายเสียงข้างน้อย 2 เสียง ประกอบด้วย นายวิสุทธิ์ โพธิแท่น และนายสมชัย จึงประเสริฐ เห็นว่าควรประกาศรับรองไปก่อน เพราะไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถนำเรื่องส่งศาลรัฐธรรมนูญได้ อีกทั้ง กกต.จะเอาอำนาจใดมาสั่งไม่ประกาศรับรองเนื่องจากรณีนี้ไม่ใช่เป็นการทุจริตเลือกตั้ง

สำหรับสำนวนร้องคัดค้านส.ส. ที่ตกเป็นข่าวก่อนหน้านี้ว่ากกต.อาจจะไม่ประกาศรับรองนั้น แต่ที่สุดกกต.ก็มีมติประกาศรับรอง อาทิ นายณัฐวุฒิ และนายพายัพ กกต.มีมติเสียงข้างมาก 4 ต่อ 1 ให้รับรอง โดยนายอภิชาต ลงมติไม่รับรอง ส่วนน.ส. พัชรินทร์ มั่นปาน กกต.มีมติเสียงข้างมาก 3 ต่อ 2 โดย 2 เสียง คือนางสดศรี และนายสมชัย ลงมติไม่รับรอง ขณะที่นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ นายชัย ชิดชอบ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย น.ส.จารุวรรณ กุลดิลก ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย กกต.มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ประกาศรับรอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการประกาศรับรองผลกาารเลือกตั้งวันนี้ทำให้มีส.ส.ครบเกณฑ์ 95% โดยรวมที่กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งจำนวน 4 ครั้ง รวม 496 คน ยับคงเหลืองนายจตุพร ส.ส.บัญชีรายชื่อ1 คน และส.ส.เขตอีก 3 คน ประกอบด้วย ส.ส.เขต 2 หนองคาย ส.ส.เขต 3 สุโขทัย และส.ส.เขต 2 ยะลา ที่กกต.สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ 2 เขต และนับคะแนนใหม่อีก 1 เขต

“เสื้อแดง” ขู่ กกต. หากไม่รับรองอาจวุ่นวาย

กรกฎาคม 21, 2011 by blackkat  
Filed under breakingnews, การเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชินวัฒน์ หาบุญพาด ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช. กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.)ยังไม่รับรองแกนนำนปช.เป็นส.ส. ว่า กกต.จะแขวนแกนนำคนเสื้อแดงไปเรื่อยๆ คิดว่ามวลชนคนเสื้อแดงคงไม่พอใจมาก และพี่น้องเหล่านี้ก็คงไม่มีใครบังคับหรือสั่งการได้ เมื่อเขาเลือกมาแล้วกลับมาติดตรงนั้นตรงนี้ เจอกกต. 5 คน มามีอำนาจเหนือกว่าประชาชนมันจะเกิดความวุ่นวายได้ ตอนนี้เราก็บอกพี่น้องให้รอดูสถานการณ์ไปก่อน หวังว่ากกต.จะเห็นแก่บ้านเมือง ไม่ทำอะไรให้เป็นเหตุนำไปสู่ความวุ่นวาย
“ถ้าพี่น้องเราออกมาจะมาโทษประชาชนไม่ได้ ที่ออกมาเพราะเขาไม่พอใจการกระทำของกกต. เราต้องไปโทษที่ต้นเหตุ ก็อยู่ที่องค์กรอิสระคือกกต.จะทำให้เกิดความวุนวายหรือไม่ กกต.จะเป็นต้นเหตุที่นำบ้านเมืองไปทางไหน ซึ่งเรื่องนี้ที่จริงกกต.ก็ได้รับรองคุณสมบัติแล้วถึงลงสมัครเลือกตั้งได้ เป็นเรื่องเก่าทั้งสิ้นแล้วจะมีเหตุอะไรไปแขวนเขาอีก” นายชินวัฒน์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากครบกำหนดแล้วยังเปิดประชุมสภาไม่ได้จะเป็นอย่างไร นายชินวัฒน์ กล่าวว่า หากครบกำหนด 30 วันแล้วยังไม่สามารถเปิดประชุมสภาได้ คงเกิดความวุ่นวายขึ้นแน่นอน เพราะเมื่อมีความไม่เป็นธรรม ไม่เสมอภาค สองมาตรฐานเกิดขึ้น ก็จะเป็นเหตุให้เกิดความวุ่นวายตามมา
เมื่อถามต่อว่าคนเสื้อแดงจะกำหนดท่าทีในการเคลื่อนไหวอย่างไร นายชินวัฒน์ กล่าวว่า คนเสื้อแดงจะมีการกำหนดท่าที หากครบกำหนดแล้วยังมีการแขวนกันอีก แล้วไม่สามารถเปิดประชุมสภาได้ ก็เท่ากับว่าบ้านเมืองเดินต่อไปไม่ได้ ซึ่งกกต.เองที่เป็นต้นเหตุ ดังนั้นประชาชนคงอยู่นิ่งไม่ได้จะต้องออกมาแล้ว เพราะประชาชนเขาคิดว่าชนะเลือกตั้งมาควรจะได้จัดตั้งรัฐบาล คนเสื้อแดงคงออกมาเองโดยที่ไม่ต้องนัดหมายกัน

“ชินวัฒน์” ไล่ส่งห้าม“ธิดา”นั่งประธานนปช.

กรกฎาคม 14, 2011 by jariya_n  
Filed under breakingnews, news report, talk of the town, การเมือง

(วันที่14  ก.ค. 54.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชินวัฒน์ หาบุญพาด แกนนำนปช. ที่เป็นตัวหลักในการออกมาขับไล่นางธิดา ให้สัมภาษณ์ว่า ตามที่นปช.หลายคนได้หารือกับผู้ใหญ่ที่เคารพบางคน ยังเป็นไปตามข้อตกลงเดิมคือรอให้พรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จ รักษาการประธานนปช.ต้องมีการเปลี่ยนแปลง จะปล่อยให้นางธิดา ทำหน้าที่รักษาการประธานนปช.อยู่อย่างนี้ทั้งปีทั้งชาติ ไม่ได้

“วันนี้อยากฝากบอกยายธิดา อย่าทำตัวเป็นคุณหญิงจารุวรรณ 2 เคยด่าเขามาแล้วไม่ใช่หรือ หลักการต้องเป็นใหญ่และมาก่อน อย่าเอาแต่หลักกู หากยังยึดแต่หลักกูก็ไม่แน่เหมือนกันจะมีสมาชิกเสื้อแดงออกมาจัดการให้หลัก การมันถูกต้อง และต้องดูตัวเองด้วยว่าแดงต่างจังหวัดยังเอากับยายธิดาด้วยหรือไม่ อย่าหลงตัวเอง เมื่อเขาไม่รับไม่ร่วมด้วย ยายธิดาก็เดินไม่ได้เหมือนกัน ” นายชินวัฒน์กล่าว

เมื่อถามว่า เมื่อไม่เอานางธิดา ประธานนปช.คนใหม่ควรเป็นใคร นายชินวัฒน์ กล่าวว่า ยังบอกไม่ได้ แต่ประธานนปช.ก็ต้องมีความรู้ความสามารถ เอาใครก็ได้มานั่งเป็นประธาน โดยความคิดมากจากแกนนำเกิดจากประชุมหล่อหลวมเข้าด้วยกันออกเป็นมติ ยายธิดา มีความรู้ความสามารถซะเมื่อไหร่ เอาแต่ความคิดเห็นตัวเอง เอาคนออกจากคุก ยายธิดาทำที่ไหน เป็นหน้าที่ทนายและศาล ยายธิดาทำเป็นเหรอ แล้วจะอ้างว่าที่แกนนำออกมาได้เพราะตัวเองอย่างนั้นหรือ ที่ไปตอนนั้นก็แค่ไปเยี่ยมผัว พาคนไปด้วยแล้วก็ออกมาให้สัมภาษณ์รายวันเท่านั้น แต่คนที่ให้ออกมาจริงๆคือศาล

เมื่อถามว่านางธิดา เสนอโครงสร้างนปช.ควรเป็นการนำรวมหมู่ นายชินวัฒน์ กล่าวว่า วันนี้นำรวมหมู่อยู่แล้ว เป็นมาตั้งแต่สมัยนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ สมัยยังเป็นประธานนปช. ที่ทุกคนมารวมกัน กล่อมเกลาความคิดส่วนใหญ่แล้วออกมาเป็นมติที่ประชุม ไม่ใช่อย่างยุคยายธิดา ที่เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ ถือว่าตัวเองเก่ง แล้วก็ไปเอาพวกปลายแถวมานั่งประกบด้วย ยายธิดาเลยยิ้มเลย ไปเก็บตกใครก็ไม่รู้มานั่งข้างๆ สุดท้ายก็กลายเป็นตัวเองเก่งกว่าเขาหมด แต่พอมีแกนหลักที่เขาเก่งเหมือนกันทั้งนายสุภรณ์ นายประแสง หรือตนมาร่วมด้วย ยายธิดาก็เริ่มกระสับกระส่ายแล้ว ซึ่งมันเป็นอย่างนี้ไม่ได้

 

 

 

“ณัฐวุฒิ” ลั่นปท.เราต้องมีมาตรฐานเดียว แขวะปชป.วิสัยเท็จ

ที่สนามราชมังคลา นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช. ขึ้นเวทีปราศรัยกลางสายฝนที่ยังคงตกมาอย่างหนักว่า เวทีพรรคประชาธิปัตย์ฝนก็ตก เวทีของพรรคเพื่อไทยก็ตกหนักเหมือนกัน เป็นสัญญาณที่บอกว่าเวลานี้เทวดาไม่มี 2 มาตรฐานแล้ว ประเทศชาติของเราจะต้องมีมาตรฐานเดียว บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนจะประกาศว่าข้าคือเจ้าของประเทศตัวจริง ถึงเวลาที่ประชาชนจะก้าวเดินอย่างมั่นคง เอาศักดิ์ศรีของเรากลับคืนมา พรรคเพื่อไทยประกาศวิสัยทัศน์ 2020 เพื่อบอกกับประชาชนว่าจะได้อะไร แต่พรรคประชาธิปัตย์ประกาศ วิสัยเท็จ เพราะไม่ทำอะไรเลยนอกจาก ด่าๆ ถอดแว่นเช็ดน้ำตาแล้วก็ด่า ด่า ต่อ ช่วงนี้อยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายแล้ว ดังนั้นการเลือกตั้งวันที่3ก.ค.ถือเป็นวันชี้ชะตาประเทศอย่างแท้จริงว่าจะเดินไปทางไหน

ปชป.ยัน 3 แกนนำ “แดง” ส่งสัญญาณเผาเมือง

มิถุนายน 25, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews, news report, การเมือง

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช.และผู้สมัครส.ส.ระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ออกมาระบุว่าจะยื่นเรื่องต่อ คระกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ได้เปิดเทปเสียงในการปราศรัยใหญ่ที่แยกราชประสงค์ โดยกล่าวอ้างว่า ตัวนพ.บุรณัชย์ ได้ยอมรับว่าเป็นคนละเรื่องกันกับเหตุการณ์เผาห้างในย่านราชประสงค์ เพราะเป็นคำกล่าวบนเวทีของนายณัฐวุฒิที่ เขาสอยดาว จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 53 ว่า ตัวนายณัฐวุฒิ ไม่ควรจะบิดเบือนคำพูดคนอื่น เพียงเพื่อช่วยให้ตัวเองโกหกและพ้นจากความรับผิดชอบในสิ่งที่ได้พูดไว้ เพราะตนได้พูดชัดเจนว่า เป็นเรื่องเดียวกัน และนายณัฐวุฒิ ยังเป็นคนแรกสุดที่กล่าวถึงการเผาทั่วประเทศ ที่ตัวนายณัฐวุฒิจะรับผิดชอบเองตามคลิปดังกล่าว และต่อมาก็มารับลูกโดย นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง ที่ประกาศบนเวทีการชุมนุมคนเสื้อแดง ที่ปลุกระดม เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 53 ในเรื่องขอให้คนเสื้อแดงเตรียมขวดแก้วบรรจุน้ำมันมาคนละขวด ให้เป็นทะเลเพลิง และกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ที่กล่าวเรื่องศาลากลางจังหวัด แต่ที่สำคัญคือ นายณัฐวุฒิ ได้ย้ำเป็นคนสุดท้ายระหว่างการชุมนุมที่ราชประสงค์ในช่วงเดือนเม.ย.ก่อนพ.ค. 53 ว่า “คนเสื้อแดงก็ขี้ตกใจกันเป็นแสน ดูอาการแล้วพฤติกรรมในการตกใจแล้วไม่เหมือนกันด้วย คือใครตกใจตรงไหนก็ตกใจตรงนั้น ใกล้เซ็นทรัลเวิล์ดก็ตกใจตรงเซ็นทรัลเวิล์ด … บางคนตกใจแล้วก็จุดไฟขึ้นมาดื้อ ๆ “ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นการส่งสัญญาณจากที่ได้มีการปูพื้นมาก่อนหน้านี้

“สาระสำคัญเรื่องนี้ไม่ใช่ว่าพูดที่ไหน เพราะข้อเท็จจริงคือพูดทั้งก่อนหน้านี้และที่ราชประสงค์ ถึง 2 ครั้ง และเป็นการพูดก่อนเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมือง” นพ.บุรณัชย์ กล่าว

“สุเทพ” แจงปราศรัย “สี่แยกราชประสงค์” ไม่พาดพิง “เพื่อไทย”

มิถุนายน 22, 2011 by Anuthida_c  
Filed under การเมือง

ที่ จ.ปัตตานี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้ สัมภาษณ์ถึงกรณี ที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยออกมากล่าวว่า หากพรรคประชาธิปัตย์ปราศรัยในวันที่ 23 มิ.ย.ที่สี่แยกราชประสงค์ แล้วมีอะไรพาดพิงถึงพรรคเพื่อไทย ทางพรรคเพื่อไทยก็จะปรึกษาหารือ กับทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าจะสามารถฟ้องร้องให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ได้เลย ไม่มีปัญหา ตนพูดความจริง ไม่รู้สึกกังวลใจอะไร และยืนยันจะไปพูดความจริงที่เกิดขึ้นเพื่อแก้ข้อกล่าวว่าที่พรรคเพื่อไทย และบริวารของพรรคเพื่อไทย ออกมาโจมตี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นฆาตกร สั่งฆ่าประชาชน และแก้ข้อกล่าวหา ที่ว่า ทหาร หรือกองทัพฆ่าประชาชน ตนจำเป็นที่จะต้องชี้แจง เพราะเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ทำงานนี้มากับมือ ตนเห็นข้อเท็จจริงทั้งหมด

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยมองว่าพรรคประชาธิปัตย์ พยายามโหมกระแสไฟที่กำลังจะมอดให้คุขึ้นมาอีกครั้ง นายสุเทพ กล่าวว่า คงไม่ใช่ ตนไม่ได้พูดเพื่อให้เกิดกระแสอะไร หรือให้ไฟลุกโชนขึ้น แต่พูดเพื่อให้ประชาชนได้ทราบความจริง เพราะพวกเขามาใส่ร้ายนายกฯ ตนต้องปกป้องตัวเองและนายกฯ เอาความจริงมาตีแผ่ให้เห็นว่าที่เขาพุดนั้นพุดดกหก พูดใส่ร้าย เมื่อถามอีกว่า ตอนนี้การปราศัยในวันที่ 23 มิ.ย. ของพรรคประชาธิปัตย์ จะเป็นการปลุกระดมมวลชนขึ้นมาและอาจมีเหตุการณ์ ทำให้ไม่มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในวันที่ 3ก.ค. นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นข้าวของใคร ตนคงไม่ล้มการเลือกตั้ง รัฐบาลจะเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง ใครจะมาล้มการเลือกตั้งไม่ได้ ตนยืนยันได้ว่า ในวันที่ 3 ก.ค.มีการเลือกตั้งแน่นอนไม่มีเป็นอย่างอื่น ส่วนการที่กกต. เดินทางไปดูงานต่างประเทศกลับมา และยืนยันว่า ไม่มีกระบวนการล้มการเลือกตั้งนั้น นายสุเทพ กล่าวว่าตนไม่ขอวิจารณ์ กกต. ตนเป็นนักมวยจะไปวิจารณ์ กรรมการได้หรือวิจารณ์ไม่ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้สมัครระบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยและแกนนำนปช. ระบุว่า กรณีที่แกนนำพรรคประชาธิปัตย์เดินสายปราศรัยหาเสียง เป็นการเรียกคะแนนสงสาร เล่นบทเป็นดาวพระศุกร์ ไม่มีการพูดถึงนโยบายของพรรคตัวเองนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า “ไม่มีครับ เพราะผมไม่ใช่คนขี้หก ตอแหลเหมือนนายณัฐวุฒิ ผมพูดเรื่องจริง ผมไม่ต้องไปตีบทอะไร ผมมีบทจริง” เมื่อถามว่าการลงพื้นที่ 3 จังหวัดมีความปลอดภัยอย่างไร นายสุเทพกล่าวว่า ดี พี่น้องประชาชนให้การสนับสนุน มีคนมาฟังตามเวทีต่างๆหลายพันคน ตนก็ชื่นใจ ส่วนเป็นไปได้หรือไม่ในเรื่องการพยายามหาความปรองดองจะชวนพรรคการเมืองอื่นที่ไม่กล่ามาลงพื้นที่หาเสียงในภาคใต้มาลงพื้นที่บ้าง นายสุเทพ กล่าวว่า เชิญแล้ว และเขามาแล้ว เห็นแล้ว “คนบ้านผมจิตใจสูงส่ง คนที่เป็นแฟนของพวกผม เครือข่ายพวกผมไม่เคยไปข่มเหงรังแก หรือไม่กลั่นแกล้งเขาเลยมาและกลับได้โดยปลอดภัยทั้งๆที่ ในใจจริงคนปักษ์ใต้จำได้ ว่าเขาทำอะไรกับคนใต้ไว้บ้าง แต่ไม่มีใครไปแสดงกิริยาที่ไม่ดีงามมาแล้วไม่เหมือนพวกเขาที่ทั้งขว้างทั้งถีบสารพัด ยกป้าย แต่เราก็อดทน” นายสุเทพ กล่าว

เมื่อถามว่า ทราบข่าวเรื่องเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมนักศึกษาที่ออกเดินแจกแผ่นซีดีโจมตีพรรคเพื่อไทยในกทม.หรือไม่นายสุเทพ กล่าวเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นตนยังไม่ทราบ แน่ชัด จากที่ได้อ่านข่าวเห็นมีแต่ซีดี ยังไม่ทราบว่าเป็นซีดีอะไร แต่กฎหมายก็ต้องเป็นกฎหมายใครทำอะไรผิดก็ต้องดำเนินคดีทุกฝ่าย กกต.จะต้องเข้ามาดูในเรื่องนี้เพราะเป็นเรื่องของกกต.

ส่วนกรณีการเสียชีวิตของนายสุวโรช พะลัง ผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ นั้นนายสุเทพ กล่าวว่า ตนทราบข่าวในช่วงที่ลงพื้นที่หาเสียง ก็เสียใจ เขารักษาตัวมานาน และตนในฐานะเลขาธิการพรรคต้องไปทำหน้าที่เคารพศพสมาชิกพรรค ส่วนลำดับสัดส่วนจะต้องขยับอะไรอย่างไรหรือไม่คงต้องรอหลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้น

“ณัฐวุฒิ” ฉะ “มาร์ค” ผ่านเฟซบุ๊ค 13ข้อ 91 ศพ

มิถุนายน 18, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews, news report, การเมือง

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. และผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้เขียนข้อความลงในเฟซบุ๊คตัวเองว่า “คุณอภิสิทธิ์เขียนบันทึกมาแล้วผมขอร่วมเขียนด้วยตามที่ได้บอกไว้ครับ” หลังจากนั้นจึงโพสต์ข้อความติดต่อกันผ่านไอแพด ระหว่างรอการปราศรัย

1.การอ้างเหตุว่ามีการยิงเอ็ม 79 ตามที่ต่างๆ ทำให้ถูกกดดันให้ใช้กำลังสลายการชุมนุม เลื่อนลอยน่าใจหาย เมื่อรัฐบาลหาตัวคนทำความผิดไม่ได้ จะมีความชอบธรรมอะไรจัดการประชาชนผู้บริสุทธิ์ นายอภิสิทธิ์ พยายามบอกว่า ตัวเองถูกกดดันจากประชาชนให้ใช้ความเด็ดขาดตลอดเวลา ไม่เข้าใจว่าระหว่างกดดันให้ยุบสภา เพราะคุณมาด้วยอำนาจพิเศษกับกดดันให้สลายการชุมนุม ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีคนบาดเจ็บล้มตาย ทำไมเลือกใช้ความรุนแรง

2.เรื่องร.พ.จุฬาฯ เป็นการตัดสินใจเฉพาะหน้าของเพื่อนเราบางคนเพราะเชื่อว่ามีกำลังทหารอยู่ในนั้น หลังเกิดเหตุเราแถลงยอมรับความผิดพลาด พร้อมทั้งขออภัยทางร.พ. รวมทั้งเปิดพื้นที่ชุมนุมบางส่วน ทั้งที่ยังไม่มั่นใจในความปลอดภัย เพราะความชัดเจนเรื่องกำลังทหารยังไม่มี มีการย้ายผู้ป่วยบางส่วนออกจาก ร.พ.ก่อนหน้านี้ เหลือบางรายที่ย้ายหลังการเข้าไปตรวจสอบโดยผู้ชุมนุม แม้เป็นเรื่องไม่ควรเกิด แต่ก็ไม่ควรเป็นข้ออ้างของการสังหารหมู่ประชาชน

3.ข้อเสนอวันเลือกตั้งได้รับการตอบรับตั้งแต่ต้น แต่ประเด็นที่เรายอมรับไม่ได้ คือไม่มีการพูดถึงความรับผิดชอบต่อความตายของประชาชน ไม่มีเรื่องนิรโทษกรรมพ.ต.ท. ทักษิณมาเกี่ยวข้องในการตัดสินใจเลย เพราะแกนนำได้ประกาศมติหลังเหตุการณ์ 10 เม.ย. แล้วว่าไม่ยอมรับการนิรโทษกรรม ตัวเองถูกแจ้งข้อหาก่อการร้าย เรายังปฏิเสธนิรโทษกรรมแล้วเรายังจะไปคิดเรื่องพ.ต.ท.ทักษิณได้อย่างไร

4.ข้อเรียกร้องคือให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เข้ามอบตัวในคดีสั่งสลายการชุมนุมจนมีคนตายเกือบ 30 ชีวิต เพื่อไม่เป็นเยี่ยงอย่างให้ผู้มีอำนาจคนใดใช้กำลังกับประชาชนโดยไม่ต้องรับผิดชอบอีก แต่นายสุเทพกลับทำเพียงแค่ไปปรากฏตัวที่ดีเอสไอ ไม่ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในคดีอาญา จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีใครในรัฐบาลถูกดำเนินคดี หรือแสดงความรับผิดชอบใดๆ สิ่งที่รัฐบาลทำคือสรุปว่าคนเสื้อแดงไม่ยอมรับการเจรจา แล้วก็สั่งกำลังทหารเข้ามาจนยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 91 ศพ

5.นายอภิสิทธิ์บอกว่าพยายามเจรจา แล้วทำไมจึงปฏิเสธกลุ่มส.ว.ที่มาพบพวกตนหลังเวที ในวันที่ 18 พ.ค. ทั้งที่พล.อ.เลิศรัตน์ (รัตนวานิช) และคณะยืนยันว่านายอภิสิทธิ์รับรู้ทุกขั้นตอน เราแถลงข่าวร่วมกันว่าวันที่ 19 (พ.ค.) เป็นวันเจรจา ตนบอกคณะส.ว.ด้วยว่า เราพร้อมยุติการชุมนุมทันที นายอภิสิทธิ์ก็ทราบเรื่องนี้ไม่ใช่หรือ แล้วทำไมเปลี่ยนวันเจรจาเป็นวันสังหาร เพราะเตรียมการมาตลอดใช่ไหม บอก ส.ว.ให้มาคุยกับเราจนทุกฝ่ายสบายใจ แล้วค่อยลงมือวิธีการนี้ไม่อำมหิตกับประชาชนไปหน่อยหรือ

6.การบอกว่าความตาย 14-18 พ.ค. เพราะการปะทะระหว่างกองกำลังชุดดำกับเจ้าหน้าที่ ก็ต้องอธิบายว่าทำไมคนที่ตายไม่มีอาวุธในมือแม้แต่คนเดียว พลุไฟตะไลของเล่นที่บางคนถือเรียกว่าอาวุธไหม ศพไหนที่เป็นผู้ก่อการร้าย เจ้าหน้าที่ยิงโดนใครบ้างหรือไม่มีเลย และถามจริงๆ ว่าคนเป็นนายกฯ ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลยหรือ คำว่าเสียใจคำว่าขอโทษก็ไม่ต้องมีให้ประชาชนและร่างไร้วิญญาณเหล่านี้เลยใช่ไหม

7.นายอภิสิทธิ์บอกว่า เป็นผู้รักษากฎหมายแล้วกฎหมายข้อไหน อนุญาตให้ใช้อาวุธสงคราม กับประชาชน มาตราใดให้อำนาจประกาศเขตกระสุนจริง หลักสากลที่ไหนให้เอาสไนเปอร์มาใช้กับการชุมนุม กระสุน 2 พันกว่านัดที่ใช้ไป ทำไมใกล้เคียงกับยอดผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต นอกจากต้องรับผิดชอบกับ 91 ศพที่กรุงเทพฯ แล้วยังต้องรวมถึงทุกชีวิตในกลุ่มอาหรับที่ตายเพราะสไนเปอร์ในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยด้วย นายอภิสิทธิ์คือผู้นำคนแรกของโลกที่ใช้วิธีนี้กับประชาชน

8.ประหลาดใจมากกับเรื่องคนทำบั้งไฟที่ถูกไอ้โม่งชุดดำยิงตาย แล้วเผาหน้าวัดปทุมฯ นายอภิสิทธิ์เก็บเรื่องนี้ไว้กว่า 1 ปีได้อย่างไร ไม่มีใครเคยได้ยินทั้งอภิปรายในสภาหรือที่อื่น เรื่องใหญ่มาก คนถูกยิงเป็นใครพยานชื่ออะไร ขอดูหน้าหน่อยได้ไหม เชื่อจริงๆ หรือว่ามีการเผากันหน้าวัดปทุมฯ โดยไม่มีใครรู้เห็น เผาศพใช้เวลานานมากเถ้าถ่านก็ต้องมี ตนไม่เชื่อเรื่องนี้ จะฆ่าก็ฆ่า ขังก็ขัง แต่อย่าโกหกกันขนาดนี้เลยสงสารประชาชนบ้างเถอะ

9.จำนวน 6 ศพในวัดปทุมฯ ฟันธงได้ว่าเจ้าหน้าที่รัฐยิง อย่าถามว่ามีเหตุผลอะไร จะยิงทั้งที่การชุมนุมยุติแล้ว เพราะถึงยังไม่ยุติ ก็ไม่มีเหตุผลใดๆ ให้ยิงประชาชนมือเปล่า จะอ้างกองกำลังที่ไหน ในเมื่อคนบนรางรถไฟฟ้า ก็ยอมรับว่ายิงลงมาหัวกระสุนสีเขียวก็อยู่เต็มตัวคนตาย นายอภิสิทธิ์รักครอบครัวมาก ทุกคนรู้ พี่น้องตนถึงจะจนต่ำต้อย แต่ความเป็นคนก็เท่าคุณ พวกเขาอยากรู้ว่าคนที่เขารักตายยังไง ต่างกับนายอภิสิทธิ์ที่คิดเพียงว่าจะอยู่อย่างไร ต่างกันมากเหลือเกิน

10.หลายตอนในบทความเน้นย้ำแต่เรื่องผู้สนับสนุน เรื่องคะแนนเสียง นักการเมืองที่แสดงตัวว่าเป็นผู้นำรุ่นใหม่คิดได้แค่นี้หรือ การยกข้อความสนับสนุนมาบอกว่าเป็นน้ำทิพย์ชโลมใจ คิดไหมว่าคนที่สูญเสียจะรู้สึกอย่างไร พร่ำพูดแต่ตึกถูกเผา ส่วนคนที่ตายไม่สนใจ ตนเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ยืนยันว่าเราไม่ได้ทำ ไม่ได้วางแผนสั่งการให้ใครเผาห้าง ให้ช่อง 11 เชิญฝ่ายผจญเพลิงของเซ็นทรัลเวิลด์ไปพูดความจริงบ้างไหม กล้าหรือเปล่า

11.อย่าอ้างบุญคุณกับบางคนที่ได้ประกันตัวออกมา เพราะพวกเขาไม่ได้ทำความผิดไม่ควรถูกขังตั้งแต่ต้น ให้คนโทร.ไปตามมาพบที่ทำเนียบ สั่งให้เขียนจดหมายมาขอบคุณตัวเอง นี่หรือทำเพื่อประชาชน หลายคนชีวิตยับเยิน แม่ตายไม่ได้ดูใจ ลูกเมียถูกไล่จากบ้านเช่า ลูกสาวถูกข่มขืน ป่วยต้องหามส่งร.พ.จากเรือนจำ ถ้าคนเหล่านี้ได้ออกจากคุกต้องเขียนจดหมาย ขอบคุณท่านนายกฯไหม แล้วคนที่ถูกขังเพราะโดนขู่ให้สารภาพ ติดคุกเกือบปี แล้วศาลยกฟ้องต้องขอบคุณไหม

12.นายอภิสิทธิ์บอกว่าเปื้อนโคลนจากทุกสี สถานการณ์แบบนี้ใครไม่เปื้อนโคลนก็แปลกแล้ว ปัญหาคือนายอภิสิทธิ์ไม่ได้เปื้อนโคลนแต่เปื้อนเลือดประชาชน เป็นนายกฯที่มีคนตายมากที่สุดในประวัติศาสตร์การต่อสู้ทางการเมืองของประเทศ ไม่มีใครมองข้ามความตายของเพื่อนร่วมชาติได้ง่ายอย่างที่คุณทำหรอก พวกเขาจึงอยากรู้ว่าเกือบร้อยชีวิตตายยังไง ถ้าไม่พบความจริงคำถามนี้จะติดตามคุณไปชั่วชีวิต เป็นลมหายใจแห่งความตายที่ยังรอความยุติธรรมตลอดไป

13.ผมรู้ว่าคุณเขียนบทความนี้เพราะต้องการคะแนนเสียง แต่ผมเพียงต้องการพูดความจริง ไม่มีผู้รักษากฎหมายที่ไหนจะนิ่งดูเขาฉีกรัฐ ธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศแล้วไปรับผลประโยชน์จากอำนาจนั้น ไม่มีผู้ปกครองคนใดจะรักษากฎหมายด้วยการทำลายชีวิตประชาชน แต่นายอภิสิทธิ์ก็ทำ ตนเลือกข้างประชาชน ประชาชนจงเจริญ

หน้าต่อไป