มุกใหม่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกเหยื่อจับลูกเรียกค่าไถ่
กุมภาพันธ์ 7, 2012 by piggy
Filed under breakingnews, news report, อาชญากรรม-ภาคกลาง
สุดแสบ หลอกว่าจับลูก เหยื่อ นักเรียนม.4ไปเรียกค่าไถ่ สั่งให้โอนเงิน 6 แสนบาท
วันนี้( 7 ก.พ.)ที่ กองบังคับการกองปราบปราม(บก.ป. )นางยมภรณ์ จิตรบรรเทา อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 200 /241 หมู่ 1 ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี แม่ค้าเสื้อผ้า ที่ห้างมาบุญครอง เข้าแจ้งความกับพ.ต.ท.ณัทปกรณ์ ปัญญาดี พงส.(สบ 3 ) กก.1 บก.ป.ว่า ถูกคนร้ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โทรศัพท์หลอกลวงให้โอนเงินเป็นค่าไถ่ลูกชายสูญเงินไป 2 แสนบาท โดยเมื่อเช้า เวลา 10.00 น. ได้มีชายโทรศัพท์เข้ามาที่บ้าน บอกว่านาย แบงค์ ลูกชาย อายุ 16 ปี เรียนอยู่ชั้น ม. 4 โรงเรียนดัง หรือ ถูกจับเป็นตัวประกันเรียกค่าไถ่ โดยคนร้ายอ้างว่าลูกชายตนได้ไปค้ำประกันเงินให้เพื่อนจำนวน 6 แสนบาท ขณะนั้นได้ยินเสียงคล้ายลูกชายร้องขอความช่วยเหลือบอกแม่ช่วยด้วยแบงค์ ถูกจับอยู่ในรถตู้ โดยคนร้ายบอกว่าต้องโอนเงินมาชดใช้ 6 แสนบาท หากไม่ทำตามจะตัดแขนและขาส่งกลับไป แล้วยังขู่ว่าห้ามปิดโทรศัพท์ไม่ให้บอกใคร ไม่เช่นนั้นจะฆ่าลูกชาย
นางยมภรณ์ กล่าวต่อว่า จากนั้นตนก็ออกจากบ้านไปโอนเงินให้กับคนร้ายที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาหมู่บ้านศรีวลี รังสิต จำนวน 2 แสนบาท เข้าบัญชีของธนาคารกรุงเทพ สาขาจัสโก้ พัฒนาการ ชื่อนายอดิศักดิ์ บุญเรือง จากนั้นคนร้ายก็ให้ฉีกใบนำฝาก ต่อมาก็บังคับให้เปลี่ยนธนาคารต้องโอนเงินให้อีก 4 แสนบาท จึงไปธนาคารไทยพาณิชย์ โลตัส ในห้างฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต โอนเงินไปที่ธนาคารกรุงเทพ สาขางามวงศ์วาน ชื่อบัญชีนายสุพจน์ พรหมบุตร ขณะนั้นญาติๆ รับรู้เรื่องจึงรีบติดต่อไปยังธนาคารกรุงเทพขออายัดเงินได้เพียง 4 แสนบาท จากนั้นคนร้ายก็ให้ไปรอที่ร้านอาหารในห้าง แล้วโทรติดต่อกลับมาโดยคนร้ายรู้ว่าเงินถูกอายัด จึงขู่ว่าจะฆ่าลูกชาย แล้วปิดโทรศัพท์หนีไป หลังจากนั้นสามีตนจึงได้โทรศัพท์ไปหาลูกชายที่โรงเรียน ปรากฏว่าลูกชายไม่ได้ถูกจับไปเรียกค่าไถ่ และไม่รู้เรื่องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงเชื่อว่าถูกคนร้ายหลอกเอาเงินไป 2 แสนบาทแล้ว จึงรีบเข้ามาแจ้งกับตำรวจกองปราบราม ด้านพ.ต.ท.ณัทปกรณ์ กล่าวว่ารับเรื่องกับผู้เสียหายไว้แล้วจะเรียกเจ้าของบัญชีมาสอบสวน รวมทั้งบุคคลที่เกี่ยวข้องในบ้าน เพื่อเร่งรัดดำเนินคดีหาตัวคนร้ายต่อไป
รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกต่างชาติลงทุนกว่า 20 ล.
กุมภาพันธ์ 6, 2012 by pafrank
Filed under breakingnews, อาชญากรรม-ภาคกลาง
พ.ต.ท.นาคพันธุ์ โพธา สารวัตรงานสืบสวน กก.5 บก.ทท. กล่าวว่า สืบเนื่องจาก กก.5 บก.ท่องเที่ยว (ภูเก็ต) ได้รับการประสานจากกองบังคับการปราบรามในการขยายผลเพื่อทำการจับกุมผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวต่างชาติที่ทำการหลอกลวงประชาชนให้มาร่วมลงทุน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เคยมีการจับกุมผู้ต้องหาได้ในพื้นที่เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร และทางชุดสืบสวนได้มีการขยายผลจนทราบว่าผู้ต้องหา คือ น.ส.อูเบร เปียงซัน (Miss Aubry Pengson) และ น.ส.ซาราเบท เซอร์วิโต (Miss Sarabeth Servito) ชาวฟิลิปปินส์ ซึ่งเคยถูกจับกุมที่ สน.วังทองหลาง ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง ซึ่งจะทำในลักษณะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และอยู่ระหว่างการประกันตัวได้ลักลอบมาทำงานกับนายพอล แอนโทนี่ แบร์เรท (Mr.Pual Antony Barret) ชาวอังกฤษ โดยย้ายที่ตั้งสำนักงานมาอยู่ที่ 246/3 ถนนผังเมืองสาย ก. ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต หลังจากได้รับการประสานทางชุดจับกุมก็ได้ ขอและนำหมายศาลจังหวัดภูเก็ต เลขที่ 26/2555 เข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์เลขที่ 246/3 ดังกล่าว เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2555 ที่ผ่านมา และได้ทำการจับผู้ต้องหาทั้งหมด 3 ราย เป็นชาวฟิลิปินส์ทั้งหมด ประกอบด้วย นางสาวอูเบร เปียงซัน อายุ 31 นางสาวซาราเบท เซอร์วิโต อายุ 31 ปีและนายเฮนรี่ คิง ลี อายุ 28 ปี พร้อมด้วยของกลางคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ 1 เครื่อง และโน๊ตบุ๊ค 5 เครื่อง พร้อมด้วยสมุดบัญชีธนาคาร บัตรเอทีเอ็ม โทรศัพท์ตั้งโต๊ะและโทรศัพท์มือถือ 8 เครื่อง ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
ทั้งสามคนรับสารภาพว่า มีนายพอล แอนโทนี่ แบร์เรท ชาวอังกฤษ เป็นหัวหน้าแก๊ง ซึ่งได้หลบหนีไปแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัว และไม่มั่นใจหลบหนีออกนอกประเทศหรือยัง
พ.ต.ท.นาคพันธุ์ กล่าวถึง พฤติกรรมการหลอกลวงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าว ว่า จะใช้ลักษณะของแอบอ้างใช้หน้าเวปไซต์ที่มีอยู่จริงในต่างประเทศ และอ้างเป็นนายหน้าโทรศัพท์ติดต่อเชิญชวนเหยื่อให้มาลงทุนในลักษณะของตลาดหุ้นทองคำและหุ้นน้ำมัน ซึ่งให้ผลตอบแทนสูง โดยให้เหยื่อโอนเงินมาให้ก่อน รวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท และเหยื่อส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งทราบว่าขณะนี้มีเจ้าทุกข์ผู้เสียหายได้ติดต่อผ่านทางสถานฑูตอังกฤษ เพื่อแจ้งความร้องทุกข์แล้วจำนวนหลายราย
บุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ย่านสีลม
กุมภาพันธ์ 2, 2012 by piggy
Filed under breakingnews, news report, อาชญากรรม-ภาคกลาง
ปปง.ร่วมกองปราบ บุกทลายแก๊งเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ย่านสีลม ก่อน เข้าค้นอีก 3 จุด
ตำรวจกองบังคับการปราบปราม พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ป.ป.ง. นำกำลัง เจ้าหน้าที่ พร้อมหมายศาลเข้าตรวจค้นบริเวณอาคารไดมอนด์ ชั้น 4 เลขที่48,49 ย่านสีลม หลังผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ ให้การซัดทอดว่าอาคารดังกล่าวเปิดเป็นสำนักงานใหญ่แก๊งคอลเซนเตอร์
โดย ร.ต.อ.หญิง สุนีย์ แสวงผล ผอ.สนง.ตรวจสอบและวิเคราะห์ ปปง.เปิดเผยว่า การเข้าตรวจค้นห้องเช่าครั้งนี้สืบเนื่องจากกรณีที่มีการจับกุมสมาชิกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และทำการตรวจสอบทางการเงิน พบว่านายไพโรจน์ กิตติโรจน์เสถียร บุตรชาย ของนายทวีศักดิ์ ซึ่งเปิดบริษัทเลมาร์คฟู๊ด จำกัด ส่งออกอุปกรณ์ เครื่องใช้เบเกอร์รี่ และเป็นผู้รวบรวมเงินที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงมาได้ และส่งไปยังประเทศไต้หวัน และจีน อีกทอดหนึ่ง อีกทั้งจากการตรวจสอบบัญชีการเงินของนายไพโรจน์ พบว่ายังคงมีเงินหมุนเวียนจำนวนมาก ส่วนตัวของนายไพโรจน์ ซึ่งศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับแล้ว คาดว่าจะหลบหนีการจับกุมไปแล้ว ขณะเดียวกัน ปปง.เตรียมขอนุมัติศาลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติมด้วย
นอกจากนี้ รตอ.หญิง สุนีย์ ยังระบุด้วยว่า เจ้าหน้าที่ ปปง.และกองปราบปราม ได้เข้าไปตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายอีก 3 จุด คือลาดพร้าว 94 ซึ่งเป็นบ้านของภรรยานายไพโรจน์ บางแค และบางกะปิ ซึ่งล้วนมีความเกี่ยวข้องกับนายไพโรจน์ และจะมีการแถลงความคืบหน้าอีกครั้งในเวลา 15:00น.ที่กองปราบปราม
ทั้งนี้ จากการเข้าตรวจค้นไม่พบอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด โดยนายทวีศักดิ์ ได้ให้นายนิภัทร์ คูรัตน์ชัชวาล เช่าเพื่อเปิดบริษัท รับออกแบบจิวเวอรี่ ชื่อ เคลาว์ 9 จิวเวอรี่ จำกัด ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย.ปี 2554 โดยนายทวีศักดิ์ ให้การอ้างว่า ก่อนหน้านี้เปิดห้องให้บริษัทอื่นเช่า แต่ไม่ทราบว่าบริษัทดังกล่าว เช่าทำกิจการอะไร
แถลงจับ 5 คนร้ายร่วมแก๊งคอลเซ็นเตอร์
มกราคม 20, 2012 by pafrank
Filed under breakingnews, อาชญากรรม-ภาคกลาง
บช.ก.ตามรอยจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างป.ป.ง.หลอกเหยื่อโอนเงิน 30 ล้านบาท รับจ้างเอเย่นต์คนไทยหาคนเปิดบัญชี
ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป.และพ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข ผกก.1 บก.ป. ร่วมกับ กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว (บก.ทท.) และ กองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (กก.6 บก.ปคม.) แถลงข่าวการจับกุม 5 ผู้ต้องหาร่วมแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างเป็น ป.ป.ง.หลอกอดีตข้าราชการโอนเงิน 30 ล้านบาท
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ถูกจับ ได้แก่ นายวิชัย กองมงคล อายุ 46 ปี ,นางอุสาห์ บุญเรือง อายุ 57 ปี ,นายเบเบ เชียงหลี่ อายุ 29 ปี ,นายธีระเกียรติ แซ่จู อายุ 24 ปี ทั้งหมดเป็นชาว จ.เชียงใหม่ และนายดิลกพัฒน์ รายเรียงวนาขจี อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 98/21 หมู่ 9 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กทม. ตามหมายศาล จ.เชียงใหม่ลงวันที่ 18 ม.ค.2555 ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นหรือประชาชน ในคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างว่าเป็นเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) หลอกเงินอดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยชื่อดังจนสูญเงินเก็บไปกว่า 30 ล้านบาท ที่มีการแจ้งความไว้เมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา พร้อมของกลาง สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 32 เล่ม บัตรเอทีเอ็มจำนวน 126 ใบ โทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 1 เครื่อง
สอบสวนนาย ดิลกพัฒน์ รายเรียงวนาขจี หนึ่งในผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า ได้รับว่าจ้างจากเอเย่นต์ชาวไทยซึ่งเป็นเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายหนึ่ง ครั้งละ 1-2 หมื่นบาทให้หาคนมาเปิดบัญชีธนาคารและให้เก็บบัตรเอทีเอ็มเอาไว้ โดยได้ติดต่อจ้างผู้ต้องหาที่เหลือให้ช่วยหาคนมาเปิดบัญชีธนาคารอีกทอดหนึ่ง เมื่อมีเงินเข้าบัญชีก็จะเป็นคนโอนเงินเข้าบัญชีของกลับไปให้เอเย่นต์รายนี้ ซึ่งที่ผ่านมาทำลักษณะนี้มาแล้ว 5 ครั้ง
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบของกลางบัตรเอทีเอ็ม และสมุดบัญชีธนาคารพบว่า ในจำนวนบัตรเอทีเอ็มกว่า 100 ใบที่ยึดได้นั้นมีบัตรที่ตรงกับบัญชีธนาคารที่อดีตอาจารย์ ผู้เสียหายโอนเงินเข้าไปให้ 26 บัญชี ส่วนสมุดบัญชีของกลางที่ยึดมาได้นั้นก็ตรงกับบัญชีที่ผู้เสียหายโอนเงินเข้าไปให้เช่นกันแต่มีเพียง 8 บัญชี
ชุดสืบสวน กก.1 บก.ป. ซึ่งทำการสืบสวนแกะรอยแก๊งคอลเซ็นเตอร์คดีนี้พบว่า พฤติกรรมการก่อเหตุของแก๊งคอลเซ็นเตอร์นี้มีความสลับซับซ้อนมากขึ้น นอกจากจะจ้างนายหน้าไปจัดหาคนมาเปิดบัญชีธนาคารในลักษณะต่อกันไปหลายอีกทอดแล้ว ยังมีการรวมตัวกับแก๊งบัตรเครดิตปลอม โดยใช้เครื่องสกิมเมอร์เก็บข้อมูลบัตรเอทีเอ็มทั้งหมดที่มีการจ้างเปิดบัญชีเอาไว้ จากนั้นจะถ่ายข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ลงไปในเครื่องคอมพิวเตอร์ก่อนจะส่งผ่านจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีเมล์กลับไปให้เครือข่ายที่อยู่ประเทศไต้หวันนำข้อมูลดังกล่าวไปจัดเก็บลงในบัตรอิเล็กทรอนิกส์เปล่าที่เตรียมไว้
เมื่อมีการหลอกเหยื่อให้โอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็มเพื่อเข้าบัญชีที่เปิดรอไว้ได้แล้วก็จะแจ้งเครือข่ายที่อยู่ประเทศไต้หวันใช้บัตรเอทีเอ็มปลอมที่ทำขึ้นกดเงินจากตู้เอทีเอ็มที่อยู่ประเทศไต้หวันออกไปทันที โดยไม่ต้องใช้เครือข่ายที่ทำหน้าที่เป็นม้าวิ่งกดเงินตามตู้เอทีเอ็มในประเทศไทยเพื่อรวบรวมก่อนโอนต่ออีกต่อไป
ธปท.เปิดสายฮอตไลน์1213 รับร้องเรียนถูกแบงก์เอาเปรียบ-แก๊งคอลเซ็นเตอร์
มกราคม 15, 2012 by blackkat
Filed under breakingnews, news report, เศรษฐกิจ

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)เปิดเผยว่าธปท.ได้จัดตั้งศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศศง.) และเมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมาได้เปิดบริการโทรศัพท์สายด่วน(ฮอตไลน์) หมายเลข 1213 เพื่อให้บริการประชาชนและสามารถแก้ไขปัญหาและปกป้องสิทธิผู้บริโภค เนื่องจากการแข่งขันให้บริการทางการเงินในขณะนี้มีความเข้มข้นและซับซ้อนมากขึ้น สำหรับบทบาทของศศง.จะเน้นทำงานในเชิงรุกและเชิงรับดูแลในเรื่องการถูกเอารัดเอาเปรียบโดยสถิติปี 2553 มีผู้ร้องเรียนเข้ามายังศูนย์ประสานงานแก้ไขปัญหาการปล่อยสินเชื่อ ธปท.แล้ว 2,600 เรื่อง ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับสถาบันการเงิน การถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้โอนเงิน ปัญหาเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างหนี้ โดย ธปท.สามารถยุติปัญหาได้ร้อยละ 91 ของเรื่องที่ร้องเรียนเข้ามา
ที่มา ฐานเศรษฐกิจ
จำคุกแก๊งคอลเซ็นเตอร์
ธันวาคม 16, 2011 by piggy
Filed under breakingnews, news report, อาชญากรรม-ภาคกลาง
ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 16 ธ.ค. ศาลอ่านคำพิพากษาคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 1 เป็นโจทก์ฟ้องนายชู ไพ เคน(MR. HSU PEI KEN) อายุ 33 ปี และนาย เชน ชวน ชิ (MR.SHEN SHUAN CHI ) อายุ 25 ปี ทั้งสองเป็นชาวไต้หวัน ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1 - 2 ตามลำดับในความผิดฐาน ร่วมกันมีและใช้บัตรอิเลกทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ฟ้องโจทก์เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 54 ระบุความผิดสรุปว่าเมื่อวันที่ 14 ส.ค.53 จำเลยกับพวกได้กระทำผิดกฎหมายโดยใช้บัตรเอทีเอ็ม ธนาคารกรุงเทพฯ 2 ใบ แล้วโทรศัพท์ไปหาผู้เสียหาย 2 ราย ออกอุบายแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร ว่าผู้เสียหายค้างชำระค่าบัตรเครดิตจำนวนหนึ่ง
นอกจากนี้ยังอ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า มีผู้แอบอ้างนำบัตรประชาชนของผู้เสียหายไปเปิดบัญชีธนาคาร และทำบัตรเอทีเอ็มธนาคาร พาณิชย์ อื่น ๆ เพื่อป้องกันมิให้ผู้อื่นมากระทำผิดได้ จึงให้ผู้เสียหายไปลบข้อมูลเกี่ยวกับการเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ซึ่งเมื่อผู้เสียหายดำเนินการตามขั้นตอนตามที่จำเลยแนะนำ กลับกลายเป็นการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่จำเลยทั้งสองเปิดไว้โดยทุจริต จำนวน 99,968 บาท และ จำนวน 150,000 บาท ตามลำดับรวมเป็นเงิน 249,968 บาท เหตุเกิดที่แขวง – เขตห้วยขวาง กทม. และที่อื่นเกี่ยวพันกัน ชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธ แต่ ให้การรับสารภาพในชั้นศาล
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้อง พิพากษาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 269/5, 269/6 ,269/7 ,335(7) วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 ให้ลงโทษทุกกรรม ฐานร่วมกันมีไว้ซึ่งบัตรเครดิตจำคุกจำเลยคนละ 2 กระทง ๆ 2 ปี และฐานร่วมกันใช้ บัตรอิเลกทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบจำคุกจำเลยคนละ 2 กระทง ๆ 2 ปี รวมจำคุกจำเลยคนละ 8 ปี คำรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยไว้คนละ 4 ปี การกระทำของจำเลยทั้งสองนับเป็นเรื่องร้ายแรงเสียหายต่อประชาชน ไม่สมควรรอการลงโทษ และให้ใช้เงินคืนแก่ผู้เสียหาย ริบสมุดโน้ต และกระดาษจดบันทึกวิธีการกดเอทีเอ็ม
รวบแล้ว! แก๊งคอลเซ็นเตอร์ แฮ็กโทรศัพท์รายการ “ราชรถมาเกย”
ธันวาคม 2, 2011 by pafrank
Filed under breakingnews, อาชญากรรม-ภาคกลาง
ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป. ร่วมกับ พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข ผกก.1 บก.ป. และพ.ต.ท.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผกก.1 บก.ป. แถลงข่าวจับกุม นายรุ่งโรจน์ หรือตุ้ง หมัดดีน อายุ 31 ปี และน.ส.มาริสา รัญจวนจิตร อายุ 25 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช หลังจากได้รับแจ้งจาก นางวิชนี ศรีสวัสดิ์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บ.เวิร์คพอยท์ เอนเตอร์เทนเมนท์ ให้ดำเนินคดีกับคนร้ายที่เข้าไปแฮกข้อมูลหมายเลขคอลเซ็นเตอร์ของรายการ “ราชรถมาเกย” หลอกลวงทรัพย์สินผู้มีจิตศรัทธาที่โทรศัพท์เข้ามาติดต่อบริจาคในช่วงประสบอุทกภัย
นางวิชนี ได้กล่าวว่า รายการราชรถมาเกย ได้เริ่มเปิดรับบริจาคเมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา และมีประชาชนโทรศัพท์เข้ามายังรายการเพื่อขอบริจาคเป็นจำนวนมาก แต่หลังจากนั้น 1 สัปดาห์ ปรากฏว่าไม่มีใครโทรมา รวมทั้งในขณะออกอากาศด้วย จึงได้ลองโทรศัพท์โทรเข้าไปยังเบอร์ของรายการ คนร้ายได้รับสายแอบอ้างการรับบริจาคของทางรายการ ทำให้รู้ว่าคอลเซ็นเตอร์ของรายการโดนแฮก แม้ว่าจะเปลี่ยนเบอร์โทรแต่คนร้ายก็แฮกเปลี่ยนเบอร์ใหม่อีก ทำให้เกิดความเสียหายตั้งแต่ 1 แสนบาทถึง 1 ล้านบาท
พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวว่า จากการตรวจสอบก็พบระบบคอลเซ็นเตอร์ถูกเปลี่ยนแปลง มีการโอนเงินจากประชาชนไปยังบัญชีธนาคารแล้วถูกกดออกไปเป็นจำนวนมาก จากนั้นทางกองปราบปรามได้ติดตามพฤติกรรมจากข้อมูลที่ได้จากองค์การโทรศัพท์ และธนาคาร ก่อนสืบสวนแล้วจับกุมนายรุ่งโรจน์ ได้ที่หน้าเรือนจำ ขณะที่ไปเยี่ยมพรรคพวก โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้กดเงินไปประมาณ 8 หมื่นบาท
ผู้ต้องหายังสารภาพอีกว่าได้ทำการแฮกคอลเซ็นเตอร์รายการข่าวข้นคนข่าว และรายการทางช่องเคเบิลทีวีอีกหลายรายการ จึงอยากฝากเตือนไปยังรายการโทรทัศน์ว่าควรตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ระหว่างดำเนินกิจกรรมว่ามีคนโทรเข้ามาหรือไม่ เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพเข้ามาแฮกเบอร์ได้
ตร.รวบฝาแฝดรับจ้างกดเงินให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์
ตุลาคม 18, 2011 by pafrank
Filed under breakingnews, อาชญากรรม-ภาคกลาง
รวบฝาแฝดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รับมีหน้าที่กดเงิน ได้ค่าจ้าง 3% จากการกด ตำรวจเผยเสียหายกว่าล้านบาท
พล.ต.ต.ปัญญา มาแม่น รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รองผบช.ก.) แถลงข่าวจับกุม นายพลเชษฐ์ มั่งคั่ง อายุ 50 ปี และนายเอนก มั่งคั่ง อายุ 50 ปี ฝาแฝดในข้อหาร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็คทรอนิคส์ของผู้อื่นในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่นหรือประชาชนพร้อมของกลาง บัตรเอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพ จำนวน 3 ใบ บัตรเอทีเอ็มธนาคารไทยพาณิชย์ จำนวน 5 ใบ บัตรเอทีเอ็มธนาคารกสิกรไทย จำนวน 2 ใบ โทรศัพท์มือถือ จำนวน 4 เครื่อง และกระเป๋าสะพาย จำนวน 1 ใบ โดยจับกุมได้ที่ลานจอดรถชั้น 3เอ ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ สาขาบางกะปิแขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ
พล.ต.ต.ปัญญา เปิดเผยว่า ได้รับรายงานว่ามีกลุ่มคนที่ทำงานร่วมกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มากดเงินที่ตู้เอทีเอ็มหลายแห่ง โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้ กระทั่งเมื่อวันที่ 17 ต.ค.เวลา 19.30 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เฝ้าสังเกตอยู่ เห็นผู้ต้องหาตามภาพจากกล้องวงจรปิดกดเงินตามตู้เอทีเอ็มที่ห้างเดอะมอลล์ บางกะปิ จึงแสดงตัวและขอตรวจค้นและพบของกลางทั้งหมด
พล.ต.ต.ปัญญา กล่าวต่อว่า สอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองรายให้การรับสารภาพว่า ได้รับว่าจ้างจากชาวจีนที่เป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ให้มีหน้าที่กดเงินหากมีการหลอกลวงโอนมาแล้ว โดยจะได้ค่าจ้าง 3% จากยอดการกดเงินแต่ละครั้ง โดยทั้งสองรายทำมาแล้วประมาณ 1 เดือน กดเงินไปกว่า 10 ครั้งรวมเป็นเงินกว่าล้านบาท เบื้องต้นจะนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายดำเนินคดี และติดตามแก๊งร่วมขบวนการต่อไป
จับแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาเลย์ ใช้ไทยเป็นฐานตุ๋นพันล้าน
กันยายน 29, 2011 by pafrank
Filed under breakingnews, อาชญากรรม-ภาคกลาง
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง วันที่ 28 กันยายนนี้ พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รอง ผบช.ก.แถลงข่าวตำรวจท่องเที่ยวจับกุมนายอเล็กซ์ ชิว แทง โฮย และพวกชาวมาเลเซียรวม 6 คน ที่ห้องหมายเลขที่ 688/1293 ชั้น 18 อาคารเอ ศุภาลัยปาร์ค เขตประเวศ พร้อมของกลางเป็นโทรศัพท์บ้าน คอมพิวเตอร์ โมเด็ม เครื่อง VOIP Gateway และเอกสารรายชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ ภายหลังได้รับการประสานจากตำรวจสอบสวนกลางจากสาธารณรัฐประชาชนจีนว่า กลุ่มผู้ต้องหามีความเคลื่อนไหวเชื่อมโยงกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ระหว่างประเทศไทย จีนและมาเลเซีย โดยใช้สถานที่ดังกล่าวเป็นหนึ่งในฐานการกระทำผิด
พล.ต.ต.ปัญญากล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาสารภาพว่า ได้ลักลอบเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพื่อทำงานคอลเซ็นเตอร์ โดยโทรศัพท์หลอกผู้เสียหายเป็นชาวมาเลเซียจริง ได้เงินเดือนจากนายจ้างชาวมาเลเซียเดือนละ 2,000 ริงกิต หรือประมาณ 20,000 บาท ด้วยการโอนเข้าบัญชี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะแจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าว ซึ่งเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นบุคคลต่างด้าวประกอบอาชีพโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะส่งตัวกลุ่มผู้ต้องหาไปดำเนินคดีที่สถานีตำรวจนครบาลบางนาต่อไป
พล.ต.ต.ปัญญากล่าวว่า จากข้อมูลของตำรวจพบว่าแก๊งดังกล่าวส่วนใหญ่ จะมีฐานกระทำผิดอยู่ใน 8 ประเทศ รวมถึงภายในประเทศไทยด้วย โดยเฉพาะในประเทศจีนนั้น ได้สร้างความเสียหายไปกว่า 200 ล้านหยวน หรือประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อเดือนเลยทีเดียว อีกทั้งสืบทราบว่าขณะนี้แก๊งดังกล่าวกำลังขยายฐานการกระทำผิดไปยังประเทศลาว เวียดนาม กัมพูชาเพิ่มเติม พร้อมปรับเปลี่ยนวิธีการหลอกลวงอยู่เสมอ
ข้อมูลจาก ครอบครัวข่าว 3
บช.ก. แถลงรวบแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ โทรตุ๋นสูญพันล้าน
กันยายน 28, 2011 by piggy
Filed under breakingnews, อาชญากรรม-ภาคกลาง
รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง แถลง รวบหนุ่มมาเลเซียและพวก แก๊งคอลเซ็นเตอร์ โทรหลอกเหยื่อ เสียหายนับพันล้านบาท ส่งดำเนินคดี
พลตำรวจตรี ปัญญา มาเม่น รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง แถลงผลการจับกุมตัว นายอเล็กซ์ ชิว แทง โฮย อายุ 24 ปี ชาวมาเลเซีย กับพวก รวม 6 คน หลังถูก ตำรวจท่องเที่ยว บุกเข้าจับกุมตัวได้ ภายในห้องพัก เขตประเวศ พร้อมของกลางโทรศัพท์บ้าน คอมพิวเตอร์ โมเด็ม เครื่อง VOIP Gateway และเอกสารรายชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ โดยการจับกุมดังกล่าวนั้น สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับการประสานจากตำรวจสอบสวนกลาง สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ต้องหา เชื่อมโยง แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ระหว่างประเทศไทย จีน และมาเลเซีย โดยใช้สถานที่ดังกล่าวเป็นหนึ่งในฐานการกระทำผิด ทั้งนี้ จากการสอบปากคำ ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า ได้ลักลอบเดินทางเข้ามาในประเทศไทย เพื่อทำงาน คอลเซ็นเตอร์ โทรศัพท์หลอกผู้เสียหายชาวมาเลเซีย จริง โดยได้เงินเดือนจากนายจ้างชาวมาเลเซีย เดือนละ 2,000 ริงกิต หรือ ประมาณ 20,000 บาท ด้วยการโอนเข้าบัญชี ทั้งนี้ จากข้อมูลของตำรวจ ระบุว่า ส่วนใหญ่แก๊งดังกล่าว จะมีฐานกระทำผิด ใน 8 ประเทศ เฉพาะในจีนสร้างความเสียหาย กว่า 200 ล้านหยวน หรือ ประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อเดือน และกำลังขยายฐานการกระทำผิดไปยัง ประเทศลาว เวียดนาม กัมพูชา เพิ่มเติม พร้อมปรับเปลี่ยนวิธีการหลอกลวงอยู่เสมอ
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แจ้งข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าว เดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นบุคคลต่างด้าวประกอบอาชีพโดยไม่ได้รับอนุญาต และจะส่งตัวไปดำเนินคดีที่ สถานีตำรวจนครบาลบางนา ต่อไป







กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการศึกษา
กระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
สำนักนายกรัฐมนตรี
กระทรวงคมนาคม
กระทรวงพาณิชย์
กระทรวงยุติธรรม
กระทรวงกลาโหม












