Get Adobe Flash player

“โฆษกมาร์ค”ปัดข้อเสนอ ของ พท. ไม่ขอลงสัตยาบัน

พฤษภาคม 7, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews

“โฆษกมาร์ค”ปัดข้อเสนอ ของ พท. ไม่ขอลงสัตยาบัน พรรคอันดับ1 ตั้งรัฐบาล ตะแบง ยกผลโพลอ้างชาวบ้านหนุนพรรคเสียงข้างมากตั้งรัฐบาล ปัดเฉย ปชป.ไม่ลอกการบ้านนโยบาย พท. ยก “แท๊กซี่เอื้ออาทร” ประจาน “รัฐบาลทักษิณ” แนะอย่ามันแค่ปาก ยกนโยบายเพ้อฝัน ทำลาย วินัยการออมของคนในชาติ

นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาพาดพิงว่าถึงแม้นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะทูลเกล้าฯยุบสภาไปแล้ว แต่ยังมีคนรอบข้างนายกฯ หรือมือที่มองไม่เห็นพยายามขัดขวางไม่ให้มีการเลือกตั้งว่า เป็นการกล่าวหาในลักษณะที่ปราศจากข้อเท็จจริง ไม่มีคนรอบข้างนายกฯคนใดที่ไปขัดขวางการเลือกตั้ง มีแต่ทุกฝ่ายพร้อมจะสนบสนุนให้มีการเลือกตั้งให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เพื่อจะเอาบ้านเมืองอกจากวิกฤต

นายเทพไท กล่าวถึงการเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองร่วมลงสัตยาบันให้พรรคอันดับ 1 เป็นฝ่ายจัดตั้รัฐบาลว่า ถือเป็นจิตสำนึกทางการเมือง ไม่จำเป็นต้องลงสัตยาบรรณใด ๆ เพราะการลงสัตยาบรรณการเลือกตั้งในยุคพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็เคยถูกฉีกมาแล้ว ทั้งหมดอยู่ที่สถานการณ์ทางการเมืองหลังการเลือกตั้งว่าพรรคการเมืองแต่ละพรรคมีจุดยืนทางการเมืองอย่างไร ไม่อยากให้พรรคเพื่อไทยออกมาเรียกร้องประเด็นดังกล่าวโดยไม่ได้มองความรู้สึกของประชาชน อยากให้ดูผลสำรตวจของดุสิตโพล ที่มีประชาชนจำนวนร้อยละ 42.75 สนับสนุนพรรคการเมืองใดก็ได้ที่สามารถรวบรวมเสียงข้างมากเป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาล และเป็นกลุ่มตัวอย่างที่มีความเห็นมากที่สุดเกี่ยวกับเรื่องนี้

ส่วนกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้โปรกแกรมไสกป์ติดต่อมายังที่ชุมนุมของคนขับแท๊กซี่และวินมอเตอรค์ไซด์นั้น นายเทพไท กล่าวว่า เป็นความาพยายามในการหาเสียงของพ.ต.ท.ทักษิณ ให้กับลูกพรรค เพราะคนในพรรคเพื่อไทยไม่มีใครเป็นแม่เหล็ ก หรือสร้างตัวเองให้เป็นบุคคลในข่าวได้ จึงใช้การวีดีโอลิงก์ของพ.ต.ท.ทักษิณ มาสร้างข่าวเพื่อชิงพื้นที่สื่อ การที่พ.ต.ท.ทักษิณ พูดหาเสียงดังกล่าว โดยบอกว่าจะคืนภาษีให้กับการซื้อรถคันแรก ตนอยากให้พ.ต.ท.ทักษิณ กลับไปทบทวนโครงการในอดีตเรื่องเกี่ยวกับแท๊กซี่เอื้ออาทรว่าประสบความสำเร็จหรือไม่ และโครงการดังกล่าวยังเป็นโครงการที่ต้องให้รัฐบาลชุดนี้แก้ปัญหาในเวลาต่อมา จึงไม่อยากจะให้สร้างนโยบายเพ้อฝันและปฏิบัติไม่ได้ และยังส่งเสริมให้คนเป็นหนี้สินและใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เช่นการประกาศนโยบายให้บัตรเครดิตแก้เกษตรกร แก่คนขับรถรับจ้าง และแก่คนไทยทุกคน ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อเรื่องวินัยหรือการออมของประชาชน อย่างไรก็ตามที่พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวหาว่ารัฐบาลชุดนี้ลอกข้อสอบของตัวเองนั้น ยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่มีการลอกข้อสอบของพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะรู้ดีว่าข้อสอบที่มีคำตอบผิด ๆ ลอกไปก็ไม่มีประโยชน์ พรรคประชาธิปัตย์จะทำข้อสอบด้วยตัวเองตามรู้ความรู้ความสามารถ และเชื่อว่าข้อสอบของพรรคประชาธิปัตย์ถูกต้องหมดทุกข้อ

“โฆษกมาร์ค” โวลั่นเรื่องดีหลัง พรบ.เลือกตั้ง 3ฉบับผ่าน 3 วาระ

เมษายน 7, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews, การเมือง

“โฆษกมาร์ค” โวลั่นเรื่องดีหลัง พรบ.เลือกตั้ง 3ฉบับผ่าน 3 วาระ เชื่อ ส.ว.เคาะผ่านฉลุย แน่ ชี้ทุกพรรคเตรียมเคาน์ดาวน์รับเลือกตั้งตามปฏิทินนายกฯ ปกติ ภท.ชู “ปู่จิ้น”นั่งนายกฯ เหน็บมีเพียง พท. ที่ยังไร้หัว จี้กกต.ตรวจสอบ “แม้ว”จุ้นการเมือง ส่อยุบพรรค

ที่รัฐสภา นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร์ได้พิจารณาผ่านกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง3ฉบับวยมติที่เป็นเอกฉันท์ว่า เป็นนิมิตรหมายที่ดี เพราะทุกฝ่ายเห็นความสำคัญอยากให้กฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งผ่านไปโดยเร็ว หลังจากนี้วุฒิสภาก็จะนำกฎหมายทั้ง3ฉบับเข้าสู่ที่ประชุมวุฒิในวันจันทร์ที่18เมษายนนี้ ซึ่งเชื่อว่าคงจะใช้เวลาพิจารณาเสร็จโดยเร็วเช่นเดียวกันเพื่อให้ทันกับการประกาศยุบสภาในสัปดาห์แรกของพฤษภาคม ประกอบกับการประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง ของกกต.ที่จะประกาศในวันที่18-19เมษายนนี้ ทั้งนี้ถ้าทุกฝ่ายมีความพร้อมที่ทำให้ทุกอย่างสามารถรองรับการยุบสภาได้โดยเร็ว ก็จะเป็นไปตามกำหนดการที่วางไว้ โดยหลังจากนี้จะเป็นเรื่องที่ฝ่ายนักการเมืองและพรรคการเมืองจะต้องปรับตัว และเตรียมตัวเข้าสู่การเลือกตั้งโดยเร็วที่สุดเหมือนกับกรณีการรวมตัวของพรรครวมชาติพัฒนาและพรรคเพื่อแผ่นดินที่ต้องการให้เป็นพรรคการเมืองระดับกลางในการต่อสู้ในสนามเหลือตั้ง

ส่วนกรณีที่พรรคภูมิใจไทยประกาศ ประกาศตั้งเป้าจำนวนส.ส70ที่นั่งและผลักดันจะประกาศ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ให้เป็นนายกกรัฐมนตรีนั้น ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาทางการเมืองที่ทุกพรรคตั้งเป้าให้หัวหน้าของตัวเอง เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งระหว่างที่มีการรณรงค์หาเสียงนี้ก็จะมีการจัดเวทีดีเบตระหว่างหัวหน้าพรรคการเมืองเพื่อโชว์วิสัยทัศน์ในการบริหารประเทศของหัวหน้าพรรคต่างๆ ดังนั้นพรรคการเมืองทุกพรรคก็ต้องเตรียมพร้อมที่จะขึ้นเวทีเว้นแต่พรรคเพื่อไทยพรรคเดียวที่ยังไม่มีหัวหน้าพรรคที่ชัดเจน และยังไม่รู้ว่าจะส่งใครเข้าดีเบตบนเวทีเพราะยังไม่มีหัวหน้าพรรคที่ชัดเจน

นายเทพไท กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีเพียงความเคลื่อนไหว ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียวที่เป็นผู้กำหนดนโยบายผู้สมัครเท่านั้น โดยเฉพาะการประกาศว่าในวันที่24 เมษายนนี้ จะประกาศและเปิดตัวส.ส.พรรค ทั้งในระบบเขตและบัญชีรายชื่อ ซึ่งเป็นการทำหน้าที่ในฐานะหัวหน้าพรรคตัวจริง จึงอยากให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไปตรวจสอบว่านักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเว้นวรรค 5ปี กระทำการในฐานะหัวหน้าพรรคตัวจริงทุกอย่างเช่นนี้จะขัดต่อกฎหมายหรือไม่ เพราะถ้าหากมีการขัดต่อกฎหมายก็อาจถึงขั้นพิจารณายุบพรรคเพื่อไทยอีกครั้งหนึ่งได้

คนกรุงไม่เอาเสื้อแดงโฆษกมาร์คฟันธงปชป.กวาดส.ส.กทม.

เมษายน 4, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews

นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงผลสำรวจจากสำนักวิจัยเอแบคโพล ที่มีการระบุว่า ในภาพรวมของทั้งประเทศนั้นพรรคประชาธิปัตย์ยังได้รับความนิยมมากกว่าพรรคเพื่อไทยว่า แม้พรรคประชาธิปัตย์จะชนะพรรคเพื่อไทยด้วยคะแนนไม่มาก แต่แสดงให้เห็นว่าคะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทยไม่ได้ดีกว่าตามราคาคุยและการเมืองก็เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซึ่งเชื่อว่าปัจจัยชี้ขาดจะอยู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ว่าใครจะมีทีเด็ด โดนใจประชาชนมากกว่ากัน ทั้งนี้ทั้ง2พรรคเองต่างมีฐานเสียงและแฟนพันธุ์แท้ของตัวเองอยู่ในระดับที่แน่นอน จากนี้ไปจึงอยู่ที่ว่าใครสามารถช่วงชิงพลังเงียบได้มากกว่ากัน

นายเทพไท กล่าวว่า การพยายามประโคมข่าวของพรรคเพื่อไทยว่าจะได้เป็นพรรคอันดับ1 และมีสิทธิ์จัดตั้งรัฐบาลก่อนนั้นเป็นแค่การสร้างกระแสหวังผลทางจิตวิทยาเท่านั้น เพราะความนิยมของพรรคเพื่อไทยที่เห็นอยู่ผ่านความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง เป็นแค่ภาพลวงตา และม็อบคนเสื้อแดงมีเพียงหยิบมือเดียว ไม่สามารถที่จะอธิบายได้ว่าคนส่วนใหญ่จะสนับสนุนพรรคเพื่อไทยส่วนผลสำรวจที่ระบุว่าในเขตพื้นที่กรุงเทพฯพรรคเพื่อไทยมีคะแนนนำพรรคประชาธิปัตย์นั้น พรรคไม่รู้สึกหวั่นไหว ผลสำรวจดังกล่าวน่าจะมีส่วนคลาดเคลื่อนกับความเป็นจริง เพราะถ้าดูปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นในเขตกรุงเทพฯแล้ว ยังเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังคงมีคะแนนนิยมเหนือกว่าพรรคเพื่อไทย

“ส่วนพลังเงียบในเขตกรุงเทพฯกว่าร้อยละ30 ที่ระบุกว่ากลุ่มคนเหล่านั้นยังไม่ได้คิดจะเลือกใครนั้น เป็นเรื่องปกติ ของทุกครั้งที่มีการสำรวจความนิยมทางการเมือง ที่จะมีคนกลุ่มหนึ่งที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกใครและจะใช้การตัดสินใจก่อนวันเลือกตั้ง ซึ่งเป็นยุทธวิธีของแต่ละพรรคที่จะดึงคนกลุ่มนี้มาลงเลือกตั้ง อย่างไรก็ตามในส่วนของปชป.มั่นใจว่าสามารถจะเสนอนโยบายจุดขายของพรรค ให้คนเหล่านี้กลับมาสนับสนุนปชป.ได้ เนื่องจากกลุ่มคนดังกล่าวคือชนชั้นนำ ที่มักจะใช้เหตุผลในการลงคะแนนมากกว่ากลุ่มคนอื่นๆ “นายเทพไทกล่าว

นายเทพไท กล่าวว่า ส่วนการที่พ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอินก็เป็นลักษณะการสร้างกระแส หาจุดขายให้พท.เพราะในขณะนี้ยังไม่มีใครในพรรคที่มีจุดเด่น อันสามารถนำมาเป็นจุดขายในทางการเมืองเทียบกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้ และการระดมเอาพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน มารวมอยู่ในพรรคก็เปรียบเสมือนการสะสมของเก่าทางการเมืองเพราะ 3คน อายุรวมกันเกือบ300ปี ซึ่งหมดยุคที่จะนำผู้สูงอายุมาเป็นจุดขายทางการเมือง

“การพยายามคุยโม้ โอ้อวด ว่าส.ส.ในปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคมีคนดี เด่น ดังจำนวนมากนั้นขอถามว่าถ้ามีคนประเภทคนดังกล่าวจริง ก็ขอให้เปิดตัวให้คนได้รับรู้ ที่ผ่านมาแค่การเปิดตัวส.ส.เขต ก็เป็นเพียงนอมินีของคนในพรรคประเภท เอาลูกเมีย เอาพี่น้องมาสมัครแทนตัวเองที่ถูกตัดสิทธิ์ทั้งสิ้น”นายเทพไทกล่าวและว่า ถ้าในส่วนของผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคเพื่อไทยึ มีคนประเภทคนดังจริง แต่ก็ไม่น่าจะใช่คนดี เพราะมีข่าวการเอาแกนนำนปช.ที่ต้องคดีก่อการร้าย มาแฝงตัวในบัญชีระบบรายชื่อ หวังเป็นส.ส.และใช้เอกสิทธิ์คุ้มครองตัวเองไม่ให้เกิดการดำเนินคดี จึงเห็นได้ว่าพท.คิดการเมืองเพื่อวันข้างหน้า เพื่อตัวเองมากกว่าเพื่อคนทั้งประเทศ

สำหรับกรณีที่นายสมชัย จึงประเสริฐ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ที่ไม่อยากให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้า เนื่องจากเกรงว่าจะมีการทุจริตนั้น นายเทพไท กล่าวว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่มีใครติดใจในประเด็นดังกล่าว จะมีการเลือกตั้งล่วงหน้าหรือไม่ก็ไม่มีผลกับพรรค เพราะพรรคเคยผ่านประสบการณ์การเลือกตั้งในรูปแบบดังกล่าวมาแล้ว พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีส่วนได้เสียในการเลือกตั้งล่วงหน้าแต่อย่างใด เพียงแต่ที่ผ่านมาเมื่อเห็นว่า กฎหมายบังคับให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้า พรรคก็เคารพเจตนารมณ์และยอมรับการปฏิบัติตามกฎหมายมาตลอด แต่ถ้ามีการพิจารณากฎหมายลูกและเห็นว่าควรเปลี่ยนแปลง จะลดลงเหลือ1วันหรือยกเลือกทั้งหมดก็ไม่ขัดข้อง ให้ว่าไปตามเสียงข้างมากในสภาฯ

“โฆษกมาร์ค” ยัน “สุเทพ”ประกาศอุ้ม พรทิวา

มีนาคม 18, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews, การเมือง

“โฆษกมาร์ค”ยัน “สุเทพ”ประกาศอุ้ม พรทิวา สั่งลูกพรรคโหวตหนุน เปรียบ ปชป.เจ้าบ้าน ไม่ไล่เพื่อนออกจากบ้านแน่ นัดส.ส.ปชป.หารือห้ามแตกแถวก่อนโหวตลงมติ 19 มี.ค.

ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 16.30 น. นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าขณะนี้มีกระแสข่าวปล่อยอกมาว่าผู้ใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์หรือส.ส.ของพรรคบางส่วนจะไม่โหวตหนุนให้นางพรทิวา นาคาสัย รมว.พาณิชย์ เพื่อหวังให้มีการปรับคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลนี้นั้น ซึ่งจากการที่ตนได้คุยกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯแล้ว ท่านยืนยันว่า เป็นการกระบวนการสร้างข่าว สร้างความแตกแยกในหมู่พรรคร่วมรัฐบาล จึงยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์จะร่วมกอดคอกับพรรคร่วมรัฐบาลที่ร่วมบริหารประเทศชาติมาถึงวันนี้ แม้รัฐมนตรีบางคนจะมีข้อจำกัดในการตอบชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาบ้าง เพราะบางคนพูดไม่เก่ง แต่ในข้อเท็จจริงสามารถฟังได้ว่าไม่เป็นตามข้อกล่าวหาของฝ่ายค้าน พรรคประชาธิปัตย์จึงยืนยันให้ความมั่นใจกับเพื่อนพรรคร่วมรัฐบาล ในฐานะที่เราเปรียบเหมือนเจ้าของบ้าน เมื่อชวนเพื่อนมาร่วมอยู่ในบ้านก็จะไม่ขับไล่ออกจากบ้านแน่นอน และไม่มีเงื่อนไขใดที่จะต้องให้มีการปรับครม.ในช่วงปลายรัฐบาลที่นายกฯประกาศชัดเจนว่าจะยุบสภาในต้นเดือนพ.ค.นี้

เมื่อถามว่า จะเปิดให้ส.ส.พรรคฟรีโหวตหรือออกมาเป็นมติของพรรค นายเทพไท กล่าวว่า ที่ผ่านมาพรรคไม่เคยมีการปล่อยฟรีโหวต เราดำเนินการในรูปมติของพรรคมาโดยตลอด กรณีนี้ก็เช่นกัน ซึ่งจะมีการนำมาหารือในที่ประชุมพรรคเวลา 08.30 น.ของวันที่ 19 มี.ค.ก่อนการโหวตลงมติในการอภิปรายครั้งนี้

“โฆษกมาร์ค”ฟันธงศึกซักฟอกรัฐบาล ไม่ร้อนแรงชาวบ้านไม่สน

มีนาคม 12, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews

“โฆษกมาร์ค”ฟันธงศึกซักฟอกรัฐบาล ไม่ร้อนแรงชาวบ้านไม่สน เหตุสถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว แนะเก็บข้อมูลปราศรัยในเวทีหาเสียงดีกว่า

นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันที่ 15 มี.ค.นี้ ว่า เชื่อว่าหลังการอภิปรายและลงมติไปแล้ว ก็จะไม่มีการเปลี่ยวแปลงใดๆทางการเมือง โดยเฉพาะเสียงสนับสนุนจากพรคร่วมรัฐบาล ยังเป็นปึกแผ่นและการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ก็คงไม่เป็นที่สนใจของประชาชนเพราะสถานการณ์การเมืองได้เปลี่ยนไปแล้ว ผู้คนในสังคมกำลังมองข้ามช็อตไปถึงการเลือกตั้งทั่วไป ว่าพรรคการเมืองใดจะได้รับการเลือกตั้งเป็นเสียงข้างมากเพื่อจัดตั้งวรัฐบาลบริหารประเทศได้ การอภิปรายครั้วนี้ก็เป็นเพียงพิธีกรรม ลดความสำคัญของการอภิปรายอยู่ในระดับโหมโรง อุ่นเครื่องก่อนการเลือกตั้งทั่วไป ทางที่ดี พรรคเพื่อไทยควรเก็บข้อมูลไปใช้ปราศรัยหาเสียงบนเวที แต่ถ้าคิดว่าจะใช้ข้อมูลเท็จและใส่ร้ายรัฐบาล การพูดในสภามีเอกสิทธิ์คุ้มครอง แต่ถ้านำข้อมูลเท็จไปปราศรัยหาเสียงก็เสี่ยงถูกยุบพรรคเป็นครั้งที่ 3 ดังนั้น การอภิปรายฯครั้งนี้ก็น่าจะลดดีกรีความร้อนแรงและความสนใจของประชาชนแน่นอน

“โฆษกมาร์ค” ยัน นายกฯพร้อมแจงศึกซักฟอกรัฐ

มีนาคม 1, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews

“โฆษกมาร์ค” ยัน นายกฯรพ้อมแจงศึกซักฟอกรัฐ คาดได้กฤษ์สงครามน้ำลาย 9 มี.ค. เย้ย ขอ 5 วัน อภิปราย จัดคิวให้วันแรกเรียกแขก วันที่ 2 เปิดประเด็น วันที่ 3 เข้ารายละเอียด วันที่ สรุป วันที่ 5 โหวต หยันยังมีเวลาฟังข้อมูลหน้าจอเอเอสทีวีบวกตัดแปะข่าวตามหน้าสื่อ ชี้ น้ำท่วมทุ่ง ถ้า มีข้อมูลหมัดเด็ดจริง 5 ชั่วโมงก็ปิดเกมได้

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพไท เสนพงศ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยได้ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯและรัฐมนตรีรวม 10 คนต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า เป็นเรื่องที่ดีที่จะมีความชัดเจนในกรณีนี้เสียที หลังจากที่เงื่อง้าราคาแพงมานานแล้ว แต่เสียดายที่ในสัปดาห์นี้มีวาระการพิจารณางบกลางปี 54 ในวาระที่ 2 และ 3 ค้างอยู่จึงไม่สามารถบรรจุญัตตินี้ได้ทันที ซึ่งนายกฯเองก็มีความพร้อมที่จะตอบคำถามทันทีเช่นกัน โดยอยากให้เกมการอภิปรายไม่ไว้วางใจปิดเกมเร็วที่สุด ดังนั้นจึงสามารถเปิดการอภิปรายฯได้ในสัปดาห์หน้า หลังจากที่พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดงานระดมทุนเพื่อเตรียมการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 มี.ค.ผ่านไปแล้ว ฉะนั้นหากไม่ผิดตามที่คาด วันที่ 9 มี.คงจะสามารถเปิดการอภิปรายซักฟอกรัฐบาลได้ทันที จึงอยากให้พรรคเพื่อไทยเตรียมข้อมูลไว้ให้พร้อม ถ้ายังไม่มีข้อมูลตามที่คุยโวไว้ ก็ยังมีเวลาที่จะนั่งเก็บข้อมูลจากหน้าจอเอเอสทีวี เพื่อนำมาอภิปรายไม่ไว้วางใจผสมกับข้อมูลตัดแปะที่ได้จากหน้าสื่อหนังสือพิมพ์ได้

นายเทพไท กล่าวต่อว่า ส่วนที่ขอเวลาในการอภิปรายถึง 5 วันนั้น ตนก็อยากรู้จริงๆว่ามีข้อมูลมากน้อยเพียงใด ถ้ามีข้อมูลเด็ดจริงเป็นไม้ตาย ไม่ต้องใช้เวลาหว่านล้อมถึง 5 วัน เพียงแค่ 5 ชั่วโมงก็สามารถปิดเกมได้ แต่ที่ขอ 5 วัน อาจเป็นเพราะ วันที่ 1 จะใช้เป็นการโหมโรงออกแขก เล่นจำอวดผ่านจอทีวี เพื่อให้เป็นไปตามแคมเปญหาเสียงฟรีของพรรคเพื่อไทย ตามแผน 5 เหลวไหล 10 จำอวด วันที่ 2 เป็นการจั่วหัวประเด็นการอภิปรายว่ามีประเด็นอะไรบ้างที่ใช้เป็นประเด็นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ วันที่ 3 ใช้เป็นการขยายผลจากประแด็นที่จั่วหัวไว้แล้ว เพื่อเข้าเนื้อหาที่จะอภิปรายซักฟอก วันที่ 4 ใช้เพื่ออภิปรายสรุปประเด็นทั้งหมด ถ้าหากจะมอบให้ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย เป็นผู้อภิปรายสรุป ก็เป็นการฉายหนังซ้ำ เหมือนการอภิปรายงบกลางปี 54 และการอภิปรายแถลงผลงานของรัฐบาลที่ผ่านมา โดยใช้แผ่นชาร์ทข้อมูลชุดเดิมที่ไม่มีอะไรใหม่ ก็ดีที่ไม่ต้องลงทุนอะไรใหม่ ประกอบกับการใช้สำนวนโวหารและลีลาท่าทางแบบมุขเก่าจนเวลาหมดไปอีก 1 วัน วันที่ 5 ใช้สำหรับการลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล

โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัต์ กล่าวอีกว่า ดังนั้นถ้าดูเนือ้หาการอภิปรายซักฟอกรัฐบาลใน 5 วัน ก็จะเป็นการอภิปรายแบบน้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรง ถ้าเนื้อเอาแต่เนื้อๆ ไม่มีน้ำ ก็คงใช้เวลาอภิปรายไม่เกิน 2 วัน เพราะฉะนั้นจึงอยากให้พรรคเพื่อไทยคำนึงถึง ความเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง การใช้เวลาอภิปรายถึง 5 วัน จะสิ้นเปลืองงบประมาณการถ่ายทอดสดโดยใช่เหตุ หนำซ้ำยังทำให้ประชาชนเกิดความเบื่อหน่าย การทำหน้าที่ ส.ส.ฝ่ายค้านในลักษณะแสดงจำอวด เพื่อโชว์หน้าตา ผ่านจอทีวีให้ชาวบ้านในเขตเลือกตั้งได้เห็นหน้าว่าทำงานประสบผลสำเร็จแล้ว

โฆษกมาร์ค” เสียงอ่อย วอนเพื่อนส.ส.ร่วมทำหน้าที่ให้ข่าวสื่อ เพื่อชิงพื้นที่ข่าวฝ่ายค้าน

กุมภาพันธ์ 9, 2011 by nataya_p  
Filed under breakingnews, การเมือง

“โฆษกมาร์ค” เสียงอ่อย วอนเพื่อนส.ส.ร่วมทำหน้าที่ให้ข่าวสื่อ เพื่อชิงพื้นที่ข่าวฝ่ายค้าน รับสื่อเครือ เอเอสทีวี ไม่ให้ราคา ย้ำแผล รมต.สำนักนายกฯอ่อน “ เจ๊โอ๋ หอยใหญ่” เสริมยำเละ “สาทิตย์”แย่แล้ว “องอาจ”แย่กว่า เผยไม่ได้พูดเอง ชาวบ้านระบายความในใจให้ ชงขอเปลี่ยนตัวรมต.สำนักนายกฯใหม่ได้แล้ว ด้าน “สาทิตย์”ไม่โต้ แค่แจงสถานการณ์ขอให้ส.ส.ชี้แจงทำความเข้าใจชาวบ้านต่อสถานการณ์ปะทะไทย-กัมพูชา ขณะที่ ส.ส.ปชป.เล่น บีบี อยากทำป้ายแบรนเนอร์เรียกร้องความสามัคคี

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ถึงการประชุมส.ส. เมื่อเวลา 14.00 น. โดยนายกและนายสุเทพ ไมได้เข้าร่วม โดยใช้เวลาหารือประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งที่ประชุมได้หารือถึงเรื่องการเตรียมความพร้อม ในการโหวตหนุนแก้ไข รัฐธรรมนูญ ในวาระ 3 ซึ่งนายวิทยา ได้กำชับให้ส.ส.ทุกคน ร่วมโหวตหนุนร่าง 375+125 โดยพร้อมเพรียงกัน นอกจากนั้นได้หารเอเรื่องการระดมทุนของพรรค โดยจะมีการแถลงอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 ก.พ. นี้ และนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายก กล่าวสรุปสถานการณ์การปะทะระหว่างทหารไทยและกัมพูชา บริเวณเขาพระวิหาร จากกรณีพิพาทที่ดินทับซอน 4.6 ตารางกิโลเมตร ทั้งนี้ ในที่ประชุมนายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้หารือขอให้เพื่อน ส.ส.ร่วมมาแถลงข่าวเพื่อชิงพื้นที่สื่อและชี้แจงข้อกล่าวหาจากฝ่ายค้าน โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ในส่วนของตน ช่วงนี้สื่อไม่ให้ความสนใจ โดยเฉพาะช่วงหลังตั้งแต่ที่มีม็อบพันธมิตรฯขึ้น เวปไซต์และสื่อของเอเอสทีวี ไม่ค่อยทำข่าวตนลง แต่สื่อของรัฐเอง กลับเอาข่าวของกลุ่มพันธมิตรฯและฝ่ายค้านออกโจมตีมาลงค่อนข้างมาก

จากนั้น น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวเสริมขึ้นว่า เรื่องนี้ตนเห็นด้วยสมัยที่นายสาทิตย์ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักฯ ตนว่าแย่แล้ว แต่พอนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ มาเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายก ดูแลเสื่อของรัฐ ยิ่งแย่กว่า ไม่เหมือนตอนที่ทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน พูดแก่งชี้แจงเป็นฉากๆ เรื่องนี้มีชาวบ้านมาพบตนที่พรรคเราเพื่อมาระบายความในใจกับตนว่า รัฐมนตรีฯปล่อยได้อย่างไรให้สื่อของรัฐและสื่อต่างๆ ออกมาด่าว่ารัฐบาลเสียๆหายๆ รัฐมนตรีไม่เข้าไปดูแลกำกับสื่อ ทั้งกลุ่มพันธมิตรฯและฝ่ายค้านปล่อยให้เขาออกมาด่าอยู่ได้ เช่น แกนนำพันธมิตรฯและ นายประพันธ์ คูณมี อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรค ยิ่งหากไปอออกรายการทีวีที่ต้องพูดทั้งสองฝ่าย ก็กลับเอาส.ส.ตัวอ่อนๆ ไปชี้แจง สู้เขาไม่ได้แพ้เรื่อย ชาวบ้านก็ขอให้เปลี่ยนตัวรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ที่ดูแลสื่อ ได้แล้ว

จากนั้นนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯได้ขึ้นพูดในที่ประชุมส.ส.ต่อ โดยไม่ได้ชี้แจงกรณีที่ถูกพาดพิง เพียงแต่ทำหน้าที่สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย-เขมรที่เกิดขึ้น ซึ่งหลายคนตั้งข้อสังเกตกันว่าสาเหตุที่ทหารกัมพูชายิงมาจากม็อบพันธมิตรฯ หรือไม่ ที่ใช้เวทีพันธมิตรขยายสถานการณ์หรือไม่ ยืนยันว่าสถานการร์ล่าสุดไทยไม่ได้เสียเปรียบ และเรียกร้องส.ส.ทุกคนชี้แจง ให้ประชาชนแต่ละพื้นที่เข้าใจข้อเท็จจริง

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ทั้งนี้มีส.ส.ของพรรค ได้เล่นบีบี พูดคุยกันในกลุ่ม คนที่ทำป้ายแบรนด์เนอร์ ติดตามพื้นที่ต่างๆ ดีหรือไม่ เช่น กรุงศรีฯ แตกเพราะไทยแตกสามัคคี (ภาวะห่วงหน้าพะวงหลังเป็นทิศทางของความพ่ายแพ้) (เลิกชุมนุมส่งกำลังใจไปแนวหน้าดีกว่ามาม็อบ) ซึ่งในบีบีของส.ส.ต่างตอบรับและเห็นดีด้วย แต่ไม่มีใครกล้าเสนอให้พรรคจัดงบประมาณทำป้ายดังกล่าว

“โฆษกมาร์ค” ปัดข่าว รัฐเตรียมสลายการชุมนุมม็อบ

กุมภาพันธ์ 8, 2011 by Anuthida_c  
Filed under breakingnews, การเมือง

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มการเมืองภาคประชาชนต่างๆในขณะนี้ว่า เป็นการชุมนุมกดดันรัฐบาลในลักษณะแซนด์วิซ ระหว่างเสื้อเหลืองและเสื้อแดง ซึ่งรัฐบาลยืนยันว่าจะปฏิบัติต่อม็อบต่างๆโดยเท่าเทียมกัน และการประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการมอบเครื่องมือให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อใช้ดุลพินิจในการแก้ปัญหากับม็อบ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ การชุมนุมในลักษณะยืดเยื้อของกลุ่มต่างๆ ย่อมไม่เป็นผลดีต่อชาติบ้านเมือง ขณะที่บริเวณชายแดนประเทศมีข้าศึกจ่อประชิด แต่คนไทยในประเทศไม่สามัคคีกัน เคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลโดยไม่มีเหตุผล เช่น การประกาศชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่ยังไม่มีคำตอบชัดเจนว่าจะยืดเยื้อต่อไปหรือไม่ รวมไปถึงการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่พล.ต.จำลอง ศรีเมือง เป็นแกนนำ ได้ออกมาเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาล โดยอ้างว่าทางออกของรัฐบาลมี 2 ทาง คือ 1.ลาออก และ2.สลายการชุมนุม ซึ่งทั้ง 2 เรื่องเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะไม่สามารถปฏิบัติตามข้อเรียกร้องได้ โดยเฉพาะเรื่องการลาออกที่ยังไม่มีเหตุผลเพียงพอ และรัฐบาลชุดนี้ก็ยังไม่ปฏิบัติหน้าที่เกิดความผิดพลาดจนต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่ง

โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรค กล่าวต่อว่า ส่วนการปล่อยข่าวว่ารัฐบาลจะสลายการชุมนุมนั้น ขอยืนยันว่า รัฐบาลนี้ไม่ความคิดดังกล่าว หรือเห็นว่ากลุ่มม็อบเป็นก้างขวางคอ หรือกรณีเปิดโปงการเสียดินแดนและการคอรัปชั่นของรัฐบาล จนรัฐบาลรับไม่ได้ ยืนยันว่ารัฐบาลนี้เคารพสิทธิประชาชนตามรัฐธรรมนูญ ตราบใดการชุมนุมยังไม่ละเมิดสิทธิหรือผิดกฎหมาย ก็ไม่มีเหตุผลใดต้องสลายการชุมนุม ดังนั้น แกนนำกลุ่มพันธมิตรไม่ควรที่จะบิดเบือน หรือสร้างข่าวในลักษณะใส่ร้ายรัฐบาลให้เกิดความเกลียดชัง เพื่อเรียกมวลชนเข้าร่วมการชุมนุมให้มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ การยกระดับการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ตนเชื่อว่าจะไม่เกิดความรุนแรง หรือการปิดล้อมสถานที่ราชการต่างๆ เพราะที่ผ่านมาการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ไม่นิยมความรุนแรงเหมือนกลุ่มคนเสื้อแดงเพราะมีเหตุการณ์ให้เห็นมาแล้ว

“โฆษกมาร์ค”ป้องนายกฯปากสั่น เป็นคนอ่อนนอกแข็งใน

กุมภาพันธ์ 5, 2011 by sunday  
Filed under breakingnews, การเมือง

นายเทพไท เสนพงศ์  โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ( พธม.) กล่าวถึงเหตุการณ์ทหารไทยและกัมพูชาปะทะกันที่ จ.ศีรสะเกษว่า เป็นเพราะนายกรัฐมนตรีอ่อนแอ ขี้ขลาดตาขาว่า  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำประเทศที่มีความเด็ดขาด เป็นคนอ่อนนอกแข็งใน และพร้อมที่จะแสดงความรับผิดชอบในกรสั่งการใดๆ ที่เกิดขึ้น  เมื่อมีทหารกัมพูชารุกล้ำเข้ามา ก็ให้ทหารไทยใช้สิทธิป้องกันอธิปไตยของชาติเต็มที่ ไม่ได้เป็นคนขี้ขลาดตาขาวตามที่กล่าวหา นายกฯเป็นคนที่รับผิดชอบในการกระทำและคำพูด ไม่เคยเลี่ยงบาลีเหมือนคนบางคนที่เคยประกาศจะอดข้าวจนตัวตาย แล้วกลับขอมติขอกินกล้วยน้ำว้าประทังชีวิต เพื่อหนีความตายของตัวเอง 

นายเทพไทกล่าวว่า ส่วนการที่อ้างว่าพันธมิตรฯ เสนอให้กำลังทหารอาวุธหนักไปกดดันกัมพูชานั้น ไม่ใช่ให้ไปปะทะกันแต่ต้องการแสนยานุภาพเพื่อต่อรองกับกัมพูชาอยากถามว่าข้อเสนอดังกล่าว ถ้ารัฐบาลบ้าจี้ทำตามข้อเสนอกลุ่มพันธมิตรจริง ความรุนแรงก็จะเกิดมากกว่านี้ ไม่มีประเทศใดที่จะไปยอมให้ประเทศหนึ่งใช้กำลังทหารไปกกดันและยั่วยุ เพราะเขาก็มีกองทัพที่จะป้องกันประเทศของเขาเหมือนกัน จึงอยากจะให้กลุ่มพันธมิตรฯหยุดวิธีการชุมนุมในลักษณะกดดันสร้างความตรึงเครียดให้กับประเทศทั้งสอง นายเทพไทกล่าวว่า ส่วนที่ระบุว่า ถ้ารัฐบาลยกเลิกเอ็มโอยู 43 จะไม่เกิดการปะทะครั้งนี้ขึ้นนั้น   ก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะขนาดมีเอ็มโอยู 43 ซึ่งเป็นข้อตกลงที่เขียนระบุชัดเจนว่า หากมีปัญหาใดๆ เกิดขึ้น เกิดการกระทบกระทั่งต้องใช้การเจรจา ไม่ให้ใช้กองกำลังแก้ปัญหา  ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เป็นข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายต้องแสดงความเคารพ  ไม่ให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดละเมิด  ถ้าหากมีการยกเลิกจริงตามข้อเรียกร้อง ก็ยังนึกไม่ออกมว่า การสู้รบที่ชายแดนจะรุนแรงมากกว่านี้ขนาดไหน เมื่อกลุ่มพันธมิตรฯออกมาปฏิเสธว่าตัวเองไม่ใช่เป็นผู้จุดชนวน ก็ขอให้กลุ่มพันธมิตรฯหยุดโหมไฟสงครามที่ชายแดนตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพราะไม่มีสงครามใดที่ไม่มีความ และความสูญเสียนั้นก็กระทบต่อพี่น้องประชาชนบริเวณชายแดน ทหารหาญของชาติ ที่รักษาอธิปไตยของประเทศอยู่ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความเสียหายเมื่อไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวเองก็คงจะไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดและความสูญเสียนั้นๆ ได้