Get Adobe Flash player

ยุง 3 สายพันธุ์ถล่มกรุง ผวา “ไข้เลือดออก” ตัวใหม่

พฤศจิกายน 26, 2011 by pafrank  
Filed under breakingnews, การศึกษา / สาธารณสุข

“ผอ.โรคติดต่อนำโดยแมลง”เผยภาวะน้ำท่วมขังต่อเนื่องนาน ส่งผลพื้นที่ต่างๆ ต้องเผชิญกองทัพยุงที่แพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว เตือน ปชช.ระวัง”ยุงลาย-ยุงรำคาญ”ก่อโรคไข้เลือดออก พบผู้ป่วยตั้งแต่ต้นปีรวมกว่า 6 หมื่นราย เสียชีวิตแล้ว 56 ศพ “สธ.”เฝ้าระวังตามศูนย์พักพิง หวั่นระบาด ด้าน “ผอ.โรคทางสมอง จุฬาฯ”ห่วงไวรัสไข้สมองอักเสบ-ไข้เลือดออกสายพันธุ์ใหม่แพร่เข้าไทย

นพ.วิชัย สติมัย ผู้อำนวยการสำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ของประเทศ ต้องประสบกับน้ำท่วมขังต่อเนื่องเป็นเวลานาน ส่งผลให้ทุกพื้นที่ในขณะนี้เกิดปัญหายุงแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว และสร้างความดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก สำหรับยุงที่พบในประเทศไทยนั้นมี 4 ชนิด ประกอบด้วย 1.ยุงรำคาญ พบมากกว่าร้อยละ 80 เนื่องจากยุงชนิดนี้จะบินไกลถึง 1-2 กิโลเมตร และสามารถจำแนกยุงรำคาญที่มักพบในไทยได้ 3 ชนิด คือ 1.ยุงรำคาญ Culex gelidus มักพบตามท่อน้ำ ชอบบินข้างหู กัดเจ็บ แต่ไม่นำโรค แม้ในบางประเทศเคยมีรายงานการติดเชื้อไข้สมองอักเสบจากการถูกยุงชนิดนี้กัด แต่ในไทยยังไม่มีรายงานว่ามีผู้ป่วยเป็นไข้สมองอักเสบจากยุงชนิดนี้ 2.ยุงรำคาญ Culex quiquefasciatus เป็นพาหะนำโรคเท้าช้าง แต่พบว่ามีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมากไม่ถึงร้อยละ 1 และ 3.ยุงรำคาญ Culex Tritaeniorhynchus เป็นพาหะนำเชื้อไข้สมองอักเสบ เจอี แต่เนื่องจากประเทศไทยมีมาตรการในการให้วัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบชนิดนี้อยู่แล้ว จึงไม่พบการระบาดของโรคนี้ โดยยุงชนิดนี้มักพบตามฟาร์มเลี้ยงสัตว์ เช่น หมู ม้า เป็นต้น

นพ.วิชัยกล่าวต่อว่า ยุงชนิดที่ 2.ยุงลายพบประมาณร้อยละ 10 ลูกน้ำยุงลายสามารถเติบโตได้ในแหล่งน้ำนิ่ง และเป็นพาหะของโรคไข้เลือดออก แต่ธรรมชาติของยุงลายจะบินไม่ไกล 100-200 เมตร ดังนั้น จึงไม่ควรมีแหล่งน้ำขังอยู่ภายในบ้าน หากเลี่ยงไม่ได้ควรหาทางลดการสัมผัสกับยุง โดยการจุดยากันยุง นอนกางมุ้ง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากในปัจจุบันยังเกิดปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ทำให้ประชาชนที่ประสบอุทกภัยต้องไปพักที่ศูนย์พักพิงจำนวนมาก จึงอาจจะเกิดการแพร่ระบาดของโรคนี้ได้ ทางสำนักโรคติดต่อนำโดยแมลงจึงมีการเฝ้าระวังตามศูนย์พักพิงต่างๆ ขณะนี้พบจำนวนผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกมากขึ้น แต่ยังอยู่ในจำนวนที่น้อย ยังไม่ถือเป็นนัยสำคัญทางสถิติ แต่ยังจำเป็นต้องแนะนำวิธีการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายตามศูนย์พักพิงต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

“ส่วนยุงชนิดที่ 3 และ 4 คือ ยุงเสือ และยุงก้นป่อง โดยยุงทั้ง 2 ชนิดนี้รวมกันมีรายงานการพบไม่ถึงร้อยละ 10 โดยในส่วนของยุงเสือจะพบตามผักตบชวา เป็นพาหะทำให้เกิดโรคเท้าช้าง แต่ยังถือว่ามีในจำนวนที่น้อยมาก ขณะที่ยุงก้นป่องมีรายงานว่าพบตามแหล่งน้ำทิ้งบ้าง แต่ไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดการระบาดของโรคมาลาเรีย เพราะโรคนี้จะเกิดขึ้นต่อเมื่อยุงก้นป่องไปกัดคนที่เป็นมาลาเรียแล้วไปกัดคนอื่นต่อเท่านั้น” นพ.วิชัยกล่าว

นพ.วิชัยกล่าวต่อว่า ในช่วงน้ำท่วมต้องระวังยุงรำคาญและยุงลาย โดยเฉพาะยุงลาย ก่อโรคไข้เลือดออก แม้ขณะนี้ตัวเลขยังไม่มาก แต่ต้องระวัง โดยเฉพาะในศูนย์พักพิงที่หากมีผู้ป่วยติดเชื้อเด็งกี่ อาจแพร่ไปยังคนอื่นได้ จึงต้องนอนในมุ้ง ทายากันยุงป้องกัน ขณะที่โรคจากยุงรำคาญจะเป็นไข้สมองอักเสบ เท้าช้าง แต่น้อยมาก อย่างไข้สมองอักเสบ ไม่ต้องกังวล เพราะมีการฉีดวัคซีนป้องกันแต่เด็กๆ แล้ว เพื่อป้องกันยุงเหล่านี้ นักวิจัยของกรมควบคุมโรคได้ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ศึกษาเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง พบว่าเมื่อนำมาใส่ไว้ในภาชนะใส่น้ำฝน มีลักษณะเป็นน้ำใสจะฆ่าลูกน้ำยุงลายได้ จึงมีการศึกษาต่อว่าจะสามารถนำมาใช้ในแหล่งน้ำท่วมขังได้หรือไม่ และพบว่าใช้ได้ เช่นกัน โดยหากนำมาพ่นในแหล่งน้ำในขอบเขตที่จำกัดจะสามารถฆ่าลูกน้ำยุงรำคาญได้ภายใน 3 วัน แสดงว่าแบคทีเรียชนิดนี้จะกำจัดลูกน้ำยุงทั้งสองชนิดได้ ทำให้ป้องกันได้ทั้งโรคไข้เลือดออก และไข้สมองอักเสบ

นพ.วิชัยกล่าวด้วยว่า สำหรับตัวเลขผู้ป่วยไข้เลือดออกตั้งแต่ต้นปี 2554 ถึงปัจจุบันพบมีจำนวน 64,000 ราย เสียชีวิต 56 ราย ขณะที่ปี 2553 พบผู้ป่วย 100,000 ราย เสียชีวิต 100 ราย ซึ่งไม่แตกต่างหรือน่ากังวลนัก

ด้าน ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการโรคทางสมอง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมขังก่อให้เกิดฝูงยุงในที่ต่างๆ จำนวนมหาศาล หลายคนอาจจะคิดไปว่ายุงดุขึ้น กัดเจ็บมากขึ้น คนแพ้พิษมากขึ้น เรื่องเหล่านี้ยังไม่มีข้อพิสูจน์ยืนยันทางวิทยาศาสตร์ชัดเจน แต่สิ่งที่เป็นความจริงคือ เมื่อมีน้ำท่วมขัง ยุงมีโอกาสวางไข่ได้มากขึ้น ปริมาณยุงก็มากขึ้น โอกาสที่คนจะถูกกัดมีมากขึ้นตามลำดับ

“ส่วนที่รู้สึกกันว่ายุงกัดเจ็บมากขึ้น ดุมากขึ้นนั้น อธิบายตามความเป็นไปได้คือ ยุงที่เพิ่มมากขึ้นทำให้ความต้องการอาหาร คือเลือด ไม่ว่าจะเป็นของคนหรือสัตว์ ก็ย่อมมีมากขึ้น ในเมื่อหากัดกินเลือดสัตว์ไม่ได้ก็ต้องมากินเลือดคน โอกาสจะถูกกัดก็มีสูงมากกว่าปกติที่ผ่านมา เพราะระบบป้องกันตัวเองมีน้อย ส่วนที่รู้สึกว่าพิษยุงที่กัดแล้วเป็นผื่นคัน ไม่นับเรื่องการเผยแพ้เชื้อโรคมีมากขึ้น อาจจะเป็นเพราะคนอยู่กับน้ำที่ไม่สะอาด อยู่กับสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี ไม่พึงปรารถนา สุขภาพจิตเสื่อม ความต้านทานในโรคก็ต่ำลง เมื่อถูกยุงกัด ผิวหนังและร่างกายที่มีภูมิต้านทานต่ำกว่าช่วงเวลาปกติ จึงแสดงออกมาโดยการบวมแดง และหายช้าลงนั่นเอง” ศ.นพ.ธีระวัฒน์กล่าว

ศ.นพ.ธีระวัฒน์กล่าวต่อว่า สิ่งที่เป็นกังวลมากในเวลานี้ ไม่ใช่เรื่องของการแพ้พิษยุง แต่เป็นเรื่องของเชื้อโรคที่มียุงเป็นพาหะ โดยเฉพาะโรคไข้สมองอักเสบที่เกิดจากยุงรำคาญ และไข้เลือดออกสายพันธุ์ใหม่ ล่าสุด ที่เพิ่งจะมีรายงานเมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมา คือปกติแล้วไข้เลือดออกจะมีทั้งหมด 4 สายพันธุ์ แต่เมื่อเร็วๆ นี้มีรายงานอย่างไม่เป็นทางการของวงการแพทย์ของแอฟริกาและมาเลเซียว่าพบคนไข้ป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกที่เกิดจากยุงลายที่มีสายพันธุ์มาจากป่า (sylvatic) เดิมยุงชนิดนี้จะกัดและปล่อยเชื้อเฉพาะในสัตว์ป่า เช่น ลิง เท่านั้น ยังไม่มีใครทราบสาเหตุที่ชัดเจนว่า ผู้ป่วยในแอฟริกาและมาเลเซีย ซึ่งมีจำนวนหนึ่ง ป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกจากยุงที่มีสายพันธุ์จากป่า ได้อย่างไร เป็นเรื่องของวิวัฒนาการของยุงที่กลาย พันธุ์หรือไม่ นักวิทยาศาสตร์กำลังสงสัยและเร่งหา คำตอบอยู่

ศ.นพ.ธีระวัฒน์กล่าวอีกว่า ยุงรำคาญจะเป็นพาหะของโรคไข้สมองอักเสบ โดยที่ผ่านมาเชื้อชนิดนี้จะพบมากในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคกลางตอนบน ผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้มากคือ เด็ก และ ผู้สูงอายุ ล่าสุด มีการศึกษาพบว่าจากความเชื่อที่ว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนป้องกันเจอี ที่ป้องกันโรคไข้สมองอักเสบ นอกจากจะป้องกันโรคไข้สมองอักเสบได้แล้ว หากถูกยุงลายที่มีเชื้อไข้เลือดออกกัด โอกาสที่จะเกิดโรคไข้เลือดออกมีน้อย หรือไม่มีเลยนั้น ไม่เป็นความจริง และกลับเป็นไปในทางตรงกันข้ามคือ มีโอกาสจะเกิดโรคไข้เลือดออกที่รุนแรงมากขึ้นด้วย

“ที่กังวลเรื่องสุดท้ายคือ ไวรัสไข้สมองอักเสบพันธุ์ใหม่ ที่เกิดจากยุงรำคาญที่ชื่อ เวสต์ ไนล์ ไวรัส (west nile virus) เริ่มระบาดครั้งแรกประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 1999 และหลังจากนั้นภายในเวลา 3 ปี ก็ลุกลามทั่วสหรัฐ กระทั่งเวลานี้ได้เริ่มระบาดเข้ามาในภูมิภาคเอเชียแล้ว กลัวว่าช่วงเวลาที่จำนวนยุงรำคาญเพิ่มขึ้นสูง อาจจะมีกลไกบางอย่างที่เรายังไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร ทำให้ไข้สมองอักเสบพันธุ์ใหม่ระบาดเข้ามาในไทยช่วงเวลานี้ อย่างไรก็ตาม ศูนย์ปฏิบัติการโรคทางสมองได้เตรียมแผนเพื่อรองรับการระบาดของทั้งสองโรคนี้เอาไว้แล้ว” ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าว

ชาวหนองแขมทยอยป่วยเป็นไข้เลือดออก

นายวัชระ เพชรทอง ส.ส.บัญชีรายชี่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในเขตหนองแขม กทม.ว่า ภรรยาและบุตรของชาวบ้าน ป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก ต้องพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลกระทุ่มแบน ซึ่งสาเหตุมาจากถูกยุงลายจากน้ำท่วมขังในเขตหนองแขมกัด ทำให้เกิดอาการไข้เลือดออก จึงเห็นว่าเป็นสัญญาณการระบาดของโรค ในเขตกทม.และรอยต่อจ.สมุทรสงคราม ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ จึงขอเรียกร้องไปยังนายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข ได้รีบเร่งดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชน ทั้งกทม.และเขตปริมณฑล

“ที่ผ่านมาตนได้ทำหนังสือถึงรมว.สาธารณสุข เพื่อขอยาสามัญประจำบ้านมาแจกจ่ายพี่น้องประชาชน ไปนานกว่า 2 เดือนแล้ว จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้ยาแม้แต่เม็ดเดียว จึงขอความกรุณาจากรมว.สาธารณสุข ได้โปรดให้ยาสามัญประจำบ้าน และยาแก้น้ำกัดเท้า กับประชาชนในกทม. และปริมณฑลอย่างเท่าเทียมกันด้วย ตนรู้สึกเสียใจที่ รมว.สาธารณสุข ไม่ให้ความเป็นธรรม จากประชาชนฝั่งธนบุรี แม้กระทั่งยาสามัญประจำบ้านก็ยังกั๊กเอาไว้ ขณะที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยกลับประเคนไปให้ถึงที่ แต่ฝ่ายค้านกลับไม่ได้รับการดูแล อยากถามไปยังน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลำพังแค่ยาสามัญกล่องเดียวให้กับชาวบ้านคนละ 1 ครอบครัว ทำไมถึงให้ไม่ได้ และเนิ่นนานมาจนบัดนี้ เกิดไข้เลือดออกระบาดในฝั่งธนบุรีแล้ว จะดูแลชีวิตประชาชนอย่างไร ขอให้น้ำตาของนายกฯ กลายเป็นยาได้หรือไม่” นายวัชระ กล่าว

ตาแดง-ไข้เลือดออก อันตรายถึงชีวิต

แพทย์สาธารณสุขกาฬสินธุ์เผยตาแดงไข้เลือดออกระบาดซ้ำเติมผู้ประสบภัยน้ำท่วมเสียชีวิตแล้ว2ราย ขณะตรวจพบผู้ป่วยกว่าพันราย

เมื่อวันที่ 28 ก.ย.นพ.พิสิทธิ์  เอื้อวงศ์กูล  นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ เผยว่า ปัญหาฝนตกชุกน้ำท่วมขังหลายพื้นที่ส่งผลให้เกิดโรคตาแดงระบาด ทั่วทั้งจังหวัดโดยเฉพาะในเขตอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ อำเภอกุฉินารายณ์ และอำเภอกมลาไสย พบผู้ป่วยโรคตาแดง 758 ราย ซึ่งโรคนี้เป็นโรคที่มากับน้ำท่วมประชาชนควรป้องกัน หากพบว่ามีญาติเป็นโรคตาแดงควรหลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของร่วมกันและต้องรีบนำ ไปพบแพทย์ เพื่อทำการรักษาเนื่องจากหากปล่อยไว้นานจะทำให้ตาอักเสบและตาบอดได้ กับโรคไข้เลือดออกขณะนี้ทุกพื้นที่มีน้ำท่วมขัง พบผู้ป่วยแล้ว 612 ราย มีผู้เสียชีวิต 2 ราย  ประชาชนควรร่วมกันทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย  ซึ่งควรกำจัดบริเวณน้ำท่วมขังหรือเติมทรายอะเบทลงในถังน้ำเพื่อการป้องกัน

ทั้งนี้การเฝ้าระวังโรคหากมีอาการตัวร้อนไข้สูง โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กที่อายุต่ำกว่า 15 ปี หากรับประทานยาลดไข้แล้วยังไม่หายควรสงสัยว่าอาจจะเป็นโรคไข้เลือดออก จากนั้นให้รีบไปพบแพทย์เพื่อทำการเจาะเลือดตรวจรักษา  และควรรับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่กับการดื่มน้ำที่สะอาดและหมั่นออกกำลัง กายเพื่อเป็นการป้องกันตนเองจากโรคภัยไข้เจ็บเป็นการเบื้องต้น

สธ.ระนองพบไข้เลือดออกแพร่ระบาดหนักในหลายพื้นที่

นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า จากข้อมูลการเฝ้าระวังสถานการณ์ป่วยโรคไข้เลือดออกในปี พ.ศ.2554 ของสสจ.ระนอง พบว่ามีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ เนื่องจากขณะนี้ จ.ระนองเริ่มย่างเข้าสู่ช่วงฤดูฝน อีกทั้งพบว่าปีนี้มีปริมาณฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้วงจรชีวิตของยุงลายพาหะนำโรคไข้เลือดออกมีการเจริญวัย ส่งผลให้โรคไข้เลือดอกแพร่ระบาดหนักในหลายพื้นที่

จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนต้องดำเนินการป้องกันควบคุมโรคตั้งแต่ก่อนระบาด เพราะหากปล่อยไว้ให้มีการระบาดของโรคครอบคลุมทุกพื้นที่แล้วอาจทำให้โรคเกิดการแพร่กระจายจนมิอาจควบคุมไว้ได้ โดยต้องดำเนินการควบคู่กันไปทั้งมาตรการด้านการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย และมาตรการกำจัดยุงตัวเต็มวัย ล่าสุดทาง สสจ.ระนองจึงได้จัดทำโครงการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก ประจำปีงบประมาณ 2554 ขึ้น โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้ความรู้เรื่องการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกแก่ประชาชน ทั้งยังเป็นการกำจัดยุงลายตัวเต็มวัยที่เป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออก ที่สำคัญเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบ้านพักอาศัยของตนเอง โดยมีเป้าหมายเพื่อที่จะลดอัตราการป่วยโรคไข้เลือดออกลงร้อยละ 20 ของค่ามัธยฐาน (Median) 5 ปี (2548-2553)

สำหรับการดำเนินการจะเริ่มจากการวิเคราะห์สถานการณ์โรคเพื่อกำหนดพื้นที่เสี่ยงในการเร่งรัดดำเนินการ จากนั้นจะประสานกับสถานีอนามัยและอาสาสมัครสาธารณสุขในพื้นที่ในการร่วมดำเนินงาน ส่วนระยะเวลาการดำเนินการจะเริ่มจากการดำเนินการรณรงค์พ่นหมอกควันในพื้นที่เสี่ยงเพื่อกำจัดยุงลายตัวเต็มวัย ตามแผนที่กำหนดไว้เดือนละครั้ง , ดำเนินการควบคุมโรคกรณีมีการระบาด และดำเนินการให้ความรู้เรื่องการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกแก่ประชาชน และทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย

สธ.เผยชาวพิจิตรล้มป่วยไข้เลือดออกพุ่ง 3 เท่า

วันที่(27 มิ.ย. 54) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประจักษ์ วัฒนกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิจิตร กล่าววา ปัจจุบันประชาชนชาวจ.พิจิตร ล้มป่วยจากโรคไข้เลือดออกระบาดพุ่งขึ้นกว่า 3 เท่า สาเหตุเกิดจากสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลง ประกอบกับ มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้มีพื้นที่ชุ่มน้ำและแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ยุงลายแพร่เชื้อโรคไข้เลือดออกไปสู่ประชาชนเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก

นายประจักษ์ กล่าวอีกว่า สถิติผู้ป่วยตลอดปี 2553 พบว่ามีผู้ป่วยเพียง 423 ราย แต่ปรากฏว่าจากเดือนม.ค.จนถึงเดือนมิ.ย. 2554 ระยะเวลาเพียงแค่ครึ่งปี กลับพบว่ามีผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกในจ.พิจิตรมีสถิติสะสมมากถึง 845 คน ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าตัว จนส่งผลให้มีผู้ป่วยขอเข้ารับการรักษาแน่นโรงพยาบาลไปหมด

“ขณะนี้ได้สั่งการให้ อสม. และ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบลให้เร่งออกฉีดพ่นหมอกควันเพื่อกำจัดยุงลายแล้ว ดังนั้นจึงขอเตือนประชาชนให้ร่วมกำจัดยุงลายและรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อเป็นการป้องกันให้บุตรหลานห่างไกลจากโรคไข้เลือดออกที่กำลังแพร่ระบาดหนักอยู่ในจังหวัดพิจิตรในขณะนี้ด้วย”นายประจักษ์ กล่าว

ทั้งนี้สำหรับพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกและพบผู้ป่วยเป็นจำนวนมากนั้น พบว่า อ.เมือง อ.บางมูลนาก และอ.โพทะเล มีการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกมากที่สุด

ไข้เลือดออกระบาดอุตรดิตถ์ พบผู้เสียชีวิตแล้ว 1

(วันที่14 มิ.ย. 54.)ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้ง มีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไข้เลือดออกที่หมู่ 8 บ้านน้ำพี้ ต.น้ำพี้ อ.ทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ ขณะที่มีชาวบ้านติดเชื้อไข้เลือดออกในหมู่บ้านเดียวแล้ว 6 ราย นายไฉว แก้สอานา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 กล่าวว่า ขณะนี้ในหมู่บ้านมีลูกบ้านที่ป่วยด้วยไข้เลือดออกแล้ว 6 ราย เสียชีวิต 1 ราย คือ น.ส.นิภาพร ทาสี อายุ 32 ปี ประสาน อบต.น้ำพี้ เข้าฉีดพ่นหมอกควันกำจัดยุงตัวแก่และระดม อสม.ประจำหมู่บ้านออกรณรงค์กำจัดลูกน้ำยุงลาย มาได้ 1 สัปดาห์ แต่ชาวบ้านก็ยังไม่มั่นใจในสถานการณ์การระบาด ตำบลน้ำพี้ มี 9 หมู่บ้าน อบต.มีเครื่องฉีดพ่นสารเคมี 4 ตัว หมุนเวียนการใช้งานทุกวัน

นพ.ไพศาล ธัญญาวนิชกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า จากที่ได้รับรายงานผู้ป่วยไข้เลือดออกที่ ต.น้ำพี้ อ.ทองแสนขัน ติดเชื้อดังกล่าวมาจากนอกพื้นที่ แพทย์พยายามรักษาไม่สามารถช่วยชีวิตได้ เนื่องจากติดเชื้อไข้เลือดออกอย่างรุนแรง ส่งผลให้อวัยวะภายในล้มเหลวและเสียชีวิตในที่สุด แม้จะเป็นผู้ป่วยมาจากต่างจังหวัด ถือว่านำเชื้อไข้เลือดออกเข้ามาในพื้นที่ สิ่งที่กังวลก็เกิดขึ้นมีชาวบ้านในหมู่บ้านเดียวกันติดเชื้อไข้เลือดออกแล้ว 6 ราย

ประกาศเป็นพื้นที่สีแดง เฝ้าระวังในรัศมี 100 เมตร สถานการณ์การระบาดไข้เลือดออกในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ พบตัวเลขผู้ป่วยสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤษภาคม เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบันพบผู้ป่วยกว่า 100 ราย เป็นอัตราป่วยที่สูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาถึง 3 เท่าตัว ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือ มีผู้ป่วยเสียชีวิตแล้ว 1 ราย พื้นที่พบการระบาดมากคือ อ.เมือง พิชัย ทองแสนขัน

ปัจจัยที่ทำให้ไข้เลือดออกกลับมาระบาดสูงที่ จ.อุตรดิตถ์ มาจากฝนที่ตกอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงปัจจุบัน ทำให้น้ำท่วมขัง เกิดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ประชาชนไม่ดูแล สังเกตจากปริมาณยุงที่มีเป็นจำนวนมาก คงต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่ามาตรการในการเฝ้าระวังเริ่มหย่อนยาน ความประมาทเพราะปีที่ผ่านมาตัวเลขผู้ป่วยมีน้อยมากรวมไปถึงเจ้าหน้าที่ละเลย

 

แพทย์เตือนให้ระวังไข้เลือดออก คาดระบาดตลอดทั้งปี

นายแพทย์อดุง ศรีรัตน์บัลล์ ผู้อำนวยการเฉพาะด้าน (แพทย์) ระดับสูง โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า สถานการณ์ไข้เลือดออกมีแนวโน้มความรุนแรงของโรคมากขึ้นจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ จากสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในเขตอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ในปี 2552 ที่ผ่านมา พบผู้ป่วยไข้เลือดออก 436 ราย เสียชีวิต 2 ราย และในปี 2553 พบผู้ป่วยไข้เลือดออก 96 ราย เสียชีวิต 1 ราย และตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2554 พบผู้ป่วยไข้เลือดออกแล้ว 2 ราย ยังไม่มีผู้เสียชีวิต

อย่างไรก็ตามคาดว่าในปีนี้ 2554 สถานการณ์ไข้เลือดออกจะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้ไข้เลือดออกได้มีการแพร่ระบาดในพื้นที่อำเภอแม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน

เลยป่วยไข้เลือดออกแล้ว55คนเตือนระวังระบาด

นายวิรรธน์ ก่อวิริยกมล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเลย เปิดเผยว่า จากสภาพของ จ.เลย ประกอบด้วยภูเขา ที่ราบเชิงเขา และป่ากว่าร้อยละ 75 รวมทั้งเป็นช่วงหน้าฝน ที่เหมาะแก่การเพาะพันธุ์แพร่เชื้อของยุงลายมาก สำหรับ ข้อมูลจากงานระบาดวิทยา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – พฤษภาคม 2554 พบว่า จ.เลย มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกแล้ว 55 คน มากที่สุดที่อำเภอเมืองเลย จำนวน26 คน รองลงมาคืออำเภอผาขาว14 คน และช่วงนี้ฝนกำลังตก ทำให้มีน้ำขังซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุง ทำให้มียุงเยอะกว่าปกติ ดังนั้น จึงขอฝากเตือนให้ผู้ปกครองได้ดูแลบุตร-หลานไม่ให้ถูกยุงกัด เพราะถ้ายุงที่มีเชื้อไวรัสกัดแล้ว เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทำให้เริ่มมีไข้ อ่อนเพลีย มีจุดเลือดออกตามตัว อาเจียน ถ้ารุนแรงอาจถ่ายเป็นเลือด จะทำให้ขาดน้ำแล้วทำให้เกิดอาการช๊อค และเสียชีวิตได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว จึงขอเตือนมายังประชาชนให้ช่วยกันป้องกัน โดยกำจัดแหล่งเพาะพันธ์ลูกน้ำทุกประเภท ทุกวันศุกร์หรือทุก 7 วัน ปิดฝาโอ่งน้ำกิน/น้ำใช้ให้มิดชิด หรือใช้ทรายกำจัดลูกน้ำใส่กางมุ้งเวลานอนทั้งกลางวันและกลางคืนเพื่อป้องกันยุงกัด จัดบ้านเรือนให้โปร่ง อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่อับทึบ มีแสงสว่างเพียงพอ ดูแลรอบบ้านอย่าให้รก
ทั้งนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลย ได้แจ้งให้สถานบริการสาธารณสุขทุกแห่ง ร่วมมือกับโรงเรียน ท้องถิ่น และหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานราชการและภาคเอกชน ร่วมกันกำจัดแหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย/กำจัดลูกน้ำยุงลายในแหล่งชุมชน แต่ในบริเวณบ้านของท่านขอให้ทุกคนช่วยกันดูแล เพราะการป้องกันโรคเป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่จะต้องดูแลตนเอง/บ้านเรือนตนเอง ไม่ใช่หน้าที่ของบุคคลอื่นที่จะต้องไปทำให้ ในส่วนของเจ้าหน้าที่มีการดำเนินการเรื่องของการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด มีการออกติดตามตรวจสอบเป็นประจำ
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเลย ยังกล่าวย้ำอีกว่า หากมีคนเจ็บป่วยในบ้าน โดยเฉพาะ มีไข้สูง ปวดศีรษะ อาเจียน และอาจจะพบจุดเลือดออกตามตัว ต้องรีบไปตรวจยังสถานบริการสาธารณสุขทันที ห้ามซื้อยารับประทานเองโดยเด็ดขาด โดยเฉพาะยาที่มีส่วนผสมของแอสไพริน เพราะอาจทำให้เลือดออกได้ง่าย และเสียชีวิตในที่สุด

“จุรินทร์”สั่งสาธารณสุข เตือนประชาชนระมัดระวัง 4 โรคหน้าฝน

“จุรินทร์”สั่งสาธารณสุขจังหวัด เตือนประชาชนระมัดระวัง 4 โรคหน้าฝน ได้แก่ ไข้เลือดออก โรคทางเดินหายใจ โรคไข้ฉี่หนู และโรคน้ำกัดเท้า ตาแดง สัตว์มีพิษกัดต่อย พร้อมเตรียมฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ เริ่มให้บริการต้นเดือนมิถุนายนนี้

(วันที่23 ก.ย.54)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กระทรวงสาธารณสุข นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่าตอนนี้เข้าสู่ฤดูฝน คาดว่าปีนี้ฝนจะตกมากกว่าปกติ ซึ่งก็จะมีผลทำให้เชื้อโรคต่างๆ ทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดี   ทำให้เกิดโรคติดต่อเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝน ซึ่งจะมีโรคสำคัญอยู่ 4 กลุ่ม ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ กลุ่มที่ 1.โรคไข้เลือดออก มียุงลายเป็นพาหะของโรค 2.โรคทางเดินหายใจ ได้แก่ หวัด ไข้หวัดใหญ่ ปอดบวม เป็นต้น 3.โรคไข้ฉี่หนูหรือโรคเลปโตสไปโรสีส 4.โรคอื่นๆ เช่นน้ำกัดเท้า ตาแดง อันตรายจากสัตว์มีพิษต่างๆ เช่น งู ตะขาบ แมลงป่อง ที่หนีน้ำมาหลบในบ้าน เป็นต้น

นาย จุรินทร์กล่าวว่า คำแนะนำในการป้องกันควบคุมโรค 1.ประชาชนต้องดูแลร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ  2.จะต้องช่วยกันรณรงค์กำจัดแหล่ง เพาะพันธุ์ยุง  3.ถ้ามีบาดแผลที่เท้าไม่ควรจะไปย่ำในแหล่งน้ำ เพราะอาจจะติดเชื้อโรคไข้ฉี่หนูเข้าทางแผลได้ ต้องสวมรองเท้าบู้ท และเมื่อแช่น้ำแล้วต้องล้างเท้าให้สะอาดเสมอ  4.ไม่คลุกคลีกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ สำหรับผู้ป่วยเมื่อมีอาการไอจาม ต้องใช้ผ้าปิดปากหรือปิดจมูก  5.ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และ6.เมื่อมีไข้ต้องเช็ดตัวลดไข้ หรือใช้ยาลดไข้ประเภทพาราเซตามอลร่วมด้วย ห้ามใช้ยากลุ่มแอสไพรินหรือยาแก้ปวดอย่างแรงกลุ่มเอนเสด(NSAID) ที่อาจทำให้เกิดภาวะเลือดออกง่ายขึ้น ถ้าอาการไม่ดีขึ้นภายใน 24-48 ชั่วโมง ให้ไปพบเจ้าหน้าที่สาธารณสุข โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ควรพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที

นาย จุรินทร์กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้นายแพทย์สาธารณสุข ได้ดำเนินการเตือนให้ประชาชนระมัดระวังโรคหน้าฝน ขณะเดียวกันก็ได้มีการเตรียมการณ์ในเรื่องวัคซีนสำหรับไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ สำหรับในปี 2554 จะเริ่มให้บริการตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน เป็นต้นไป และแจ้งวันเวลาที่แน่นอนให้ทราบอีกครั้ง

สำหรับ สถิติของโรคใน 4 กลุ่ม เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว ถือว่าอยู่ในระดับของการแพร่ระบาดที่กระทรวงสาธารณสุขยังควบคุมได้ดี เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2553 ก็ยังต่ำกว่ามาก อาจเนื่องจากเพิ่งเริ่มย่างเข้าสู่ฤดูฝนซึ่งต้องเร่งรัดการรณรงค์ป้องกันโรค ให้มีประสิทธิภาพต่อไป

โดย โรคไข้เลือดออก ตลอดปี 2553 พบผู้ป่วย 113,017 คน เสียชีวิต 139 ราย ส่วนปี 2554 ใน 4เดือนครึ่ง ตั้งแต่ 1 มกราคม -19 พฤษภาคม พบผู้ป่วย 10,318 คน เสียชีวิต 9 ราย โรคไข้หวัดใหญ่ ปี 2553 พบผู้ป่วย 111,005 คน เสียชีวิต 127 ราย ปี 2554 พบผู้ป่วย 11,010 คน เสียชีวิต 3 ราย โรคปอดบวม ปี 2553 พบผู้ป่วย 165,272 คน เสียชีวิต 1,174 ราย ปี 2554 พบผู้ป่วย 56,761 คน เสียชีวิต 358 ราย และโรคเลปโตสไปโรสีส ปี 2553 พบผู้ป่วย 4,193 คน เสียชีวิต 43 ราย ปี 2554 พบผู้ป่วย 565 คน เสียชีวิต 11 ราย

 

 

เผยมาลาเรีย-ไข้เลือดออกระบาดกลุ่มแรงงานต่างด้าวระนอง

นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า ขณะนี้สภาพอากาศโลกที่มีการเปลี่ยนแปลง ทำให้เชื้อโรคในยุงมีการปรับตัวและเจริญดีขึ้น จังหวัดระนองมีการเฝ้าระวังโรคที่นำโดยแมลงพบว่า ปี 2554 ไข้มาลาเรียในชาวไทยและต่างชาติสูงกว่าปีที่ผ่านมาอย่างน่าเป็นห่วง ซึ่งผู้ป่วยพบมากที่อำเภอกระบุรี ละอุ่น สุขสำราญและอำเภอเมือง ส่วนใหญ่เป็นเพศชายอยู่ในกลุ่มวัยทำงาน โดยเฉพาะอาชีพการทำสวนยาง ส่วนไข้เลือดออกพบมากในเด็กนักเรียน ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง
ขณะนี้จังหวัดระนองจะเข้าสู่ฤดูฝนซึ่งจะทำให้แหล่งเพาะพันธุ์ยุงเพิ่มมากขึ้น จึงเป็นช่วงที่พบผู้ป่วยไข้มาลาเรียและไข้เลือดออกสูงตามไปด้วย การป้องกันและควบคุมโรคจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนโดย เร่งกำจัดแหล่งน้ำขังทั้งในบ้านและรอบบ้านไม่ให้ยุงวางไข ,จัดบ้านเรือนให้เป็นระเบียบ ไม่ให้มีมุมอับที่ยุงอาศัยได้ ,ใช้ยาทากันยุงหรือโลชั่นกันยุง ทาก่อนออกไปทำงานหรือขณะอยู่บ้านเพื่อป้องกันยุงกัด ซึ่งสามารถป้องกันได้ทั้งไข้มาลาเรียและไข้เลือดออก ประสิทธิภาพยาทากันยุงสามารถกันยุงได้นาน 7 ชั่วโมง , ป้องกันตนเองด้วยการนอนในมุ้ง ใส่เสื้อแขนยาว สำหรับนายจ้างที่มีแรงงานรายใหม่ควรให้ไปเจาะเลือดตรวจหาเชื้อมาลาเรีย เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่คนไทย

หน้าต่อไป