สูตรมะขามป้อม แก้ไอขับเสมหะ

เมื่อเจ็บคอก็มักมีอาการไอและมีเสมหะ ซึ่งถ้าปล่อยไว้ ไอบ่อยๆ ก็ยิ่งเจ็บและระคายคอหนักขึ้น อีกทั้งอาจสร้างความรำคาญแก่คนรอบข้าง และขัดจังหวะการสนทนา
สำหรับผู้ที่ไม่ชอบการรับประทานยาเพื่อรักษาอาการ ก็มักจะใช้วิธีกินหรือจิบน้ำมะนาว และดื่มน้ำอุ่นมากๆ ช่วยบรรเทา แต่ไม่ค่อยมีใครรู้ว่า ‘มะขามป้อม’ ที่รสฝาดเปรี้ยว ขมและอมหวาน ก็มีสรรพคุณแก้ไอ และขับเสมหะเช่นเดียวกัน โดยสูตรมะขามป้อมที่สามารถนำมาทำเป็นยาสามัญประจำบ้านนี้ ทำง่ายไม่มีพิษภัย
สูตรแรกอย่างเบสิก เมื่อมีอาการไอก็แค่เคี้ยวผลมะขามป้อมให้ละเอียด แล้วกลืนลงคอทั้งเนื้อและน้ำ หรืออาจค่อยๆ เคี้ยวและดูดกลืนเอาเฉพาะน้ำก็ได้
ส่วนสูตรต่อมา คัดผลมะขามป้อมที่แก่จัด โขลกพอแหลก ผสมกับเกลือเล็กน้อย แล้วอมหรือเคี้ยวกลืนลงคอไป ขณะที่สูตรสุดท้าย ให้ใช้ผลมะขามป้อมไปตำให้ละเอียด จากนั้นคั้นเอาแต่น้ำ ได้แล้วผสมเกลือเล็กน้อย ใช้จิบบ่อยๆ จะช่วยบรรเทาให้อาการไอและเสมหะเบาบางลง ทั้งนี้หากเป็นอยู่นานไม่หาย ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แน่ชัด
ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
ไอเดีย “ของขวัญวันพ่อ”
สวัสดีคะเพื่อน ๆ วันนี้เราจะมาว่ากันด้วยเรื่อง “ของขวัญวันพ่อ” เพราะอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันพ่อแล้ว ไม่รู้ว่าเพื่อน ๆ มีไอเดียอะไรที่จะทำเพื่อเป็นของขวัญให้กับคุณพ่อกันบ้างคะ? เพื่อนหลาย ๆ คนคงกำลังคิดจะหาซื้อของขวัญราคาสูงให้กับคุณพ่อ แต่หารู้ไม่ว่าคุณพ่อของพวกเราทั้งหลาย อาจจะไม่ได้อยากได้สิ่งของราคาแพง อะไรพวกนั้น….. ถ้าอย่างนั้นเราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเสียเงินมากมายไปกับของขวัญราคาแพงพวกนั้นเน๊อะ ๆๆ วันนี้เราจึงมี ไอเดียเจ๋ง ๆ ที่จะมานำเสนอ โดยที่ไม่ต้องเสียสตางค์ทั้งในกระเป๋าและในกระปุกของเพื่อน ๆ มากฝากกันคะ ^^

1. ประดิษฐ์ของขวัญทำมือ ลงมือทำด้วยตัวเองไปเลย…เช่น ทำกรอบรูปที่มีรูปภาพของคุณกับคุณพ่อ ดูแล้วอบอุ่น หรือจะทำอาหาร ทำขนม ให้คุณพ่อได้ชิมฝีมือของลูกๆ ดูบ้างก็ดีนะคะ
2. อาสาช่วยงานบ้าน คุณพ่อบางคนอาจเบื่อหน่ายกับการทำงานบ้านทุกวัน ช่วยแบ่งเบาท่านได้บ้าง คุณพ่อคงหายเหนื่อย…ถ้าทำบ่อยๆ คุณพ่อคงปลื้มมากแน่ๆ
3. ให้เวลาอยู่กับคุณพ่อบ้าง ”เวลา” เป็นของขวัญที่มีค่าแต่ไม่ได้หาซื้อได้ด้วยเงิน แต่เป็นสิ่งสำคัญทางใจมาก ให้เวลากับคุณพ่อไม่เฉพาะเพียงแค่วันพ่อเท่านั้น…. แต่ให้ทุกวัน ไม่ต้องมายมากเพียงแค่เล็กน้อย คุณพ่อก็มีความสุขและสบายใจที่สุดแล้วค่ะ
4. พาคุณพ่อออกไปข้างนอก เช่น กินข้าว ดูหนัง หรือเดินเล่นตามสวนสาธารณะ ไม่จำเป็นต้องไปไหนไกล เพราะสิ่งที่สำคัญคือ เราได้ทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัวต่างหาก
5. คุณพ่อของเพื่อน ๆ หลายคนคงจะชอบกีฬาต่าง ๆ ลองเปลี่ยนบรรยากาศพาคุณพ่อออกไปชมทีมโปรดที่สนาม แทนการที่คุณพ่อต้องรอชมอยู่หน้าจอ

6. ซื้ออุปกรณ์หรือเครื่องมือให้ ไม่จำเป็นต้องซื้อของราคาแพงให้ แค่ดูตามความเหมาะสมกับเงินในกระเป๋าของเรา เป็นของขวัญเล็ก ๆ น้อยให้ก็พอ เช่น ซองกันกระแทกโทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์การซ่อมแซมบ้าน เครื่องมือต่างๆ ในการทำสวน เป็นต้น
7. ช่วยเติมเต็มความเป็นพ่อครัว หากคุณพ่อของคุณเป็นพ่อครัวหัวป่า ชอบทำอาหารและมักจะลงมือทำอาหารเองอยู่เป็นประจำ ซื้อหนังสือทำอาหารให้ท่านใหม่สักเล่ม อุปกรณ์ทำอาหาร หรือจะเป็นเครื่องปรุงต่าง ๆ ก็เติมเต็มความสุขของท่านได้นะ
8. หาอุปกรณ์สำหรับงานฝีมือ คุณพ่อหลายท่านอาจเป็นนักประดิษฐ์ของทำมือตัวยง ลองหาอุปกรณ์หรือเครื่องมือใหม่ ๆ มาให้ท่านใช้สิคะ อาจดูเป็นของขวัญธรรมดา แต่เป็นสิ่งล้ำค่าสำหรับยอดนักประดิษฐ์ทั้งหลายเชียวล่ะ
9. ชวนกันออกกำลังกาย นอกจากจะเป็นการใช้เวลาอยู่ด้วยกันแล้ว ยังทำให้ทั้งเราและคุณพ่อ มีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงอีกด้วย ประโยชน์สองต่อเลยทีเดียว
10. หากิจกรรมทำที่บ้านร่วมกัน อาจจะเล่นเกมส์ ดู DVD หนังดีๆ สักเรื่อง สอนให้ท่านใช้งานอินเทอร์เน็ต เพื่อดูข่าวสารข้อมูล เรื่องต่างๆ ที่ท่านสนใจ โดยกิจกรรมต่างๆ นี้ก็จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ให้ครอบครัวคุณให้แน่นแฟ้นกันเลยทีเดียวล่ะ
เห็นไหมคะว่า แท้จริงแล้ว สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ดูเหมือนไม่มีราคาและทำได้โดยไม่ต้องใช้เงินซื้อ มีคุณค่าทางจิตใจมากกว่าสิ่งของราคาแพง ความรักไม่จำเป็นต้องใช้วัตถุที่มีมูลค่าแพง เป็นหน่วยวัดความรักของเราที่มีต่อคุณพ่อ สิ่งสำคัญคือ การให้ความรัก ความใส่ใจกับท่าน ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันความรักของเราได้ดีกว่าสิ่งอื่นใด วันพ่อปีนี้หรือวันไหน ๆ จงมอบความรักที่คุณมีให้กับท่านอย่างสม่ำเสมอนะคะ
เคล็ดลับการเลือกรองพื้น ให้เหมาะกับสีผิว

ผู้หญิงส่วนใหญ่จะเลือกสีรองพื้นที่สีอ่อนกว่าสีผิวจริง ทำให้ผิวหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติ มีวิธีง่าย ๆ สำหรับคุณผู้หญิงเวลาต้องเลือกซื้อรองพื้น
ถ้าคุณมีผิวขาวให้เลือกสีรองพื้นที่เข้มกว่าสีผิวจริง 1 เบอร์ แต่ถ้าคุณมีผิวคล้ำให้เลือกรองพื้นที่ใกล้เคียงกับสีผิวคุณที่สุด ลองเลือกเฉดสีสัก 3-4 เฉดที่ใกล้เคียงกับสีผิวคุณที่สุด แล้วแต้มบริเวณข้างแก้มเพราะเป็นบริเวณที่ใกล้เคียงกับโทนสีผิวที่แท้จริง แล้วเลือกเฉดสีที่เกลี่ยแล้ว ดูสีกลมกลืนกับผิวคุณมากที่สุด แต่ถ้าบังเอิญคุณทารองพื้นอยู่แล้วให้เปลี่ยนมาแต้มสีรองพื้นที่บริเวณท้องแขน เพราะสีผิวใกล้เคียงผิวหน้าที่สุด
เทคนิคอีกอย่างในการเลือกสีรองพื้น คือควรออกมาเลือกสีรองพื้นที่เหมาะกับผิวภายใต้แสงธรรมชาติ เพราะแสงภายในอาคารจะทำให้สีรองพื้นดูเพี้ยนไปได้
ถ้าผิวของคุณเปลี่ยนแปลงเมื่อเปลี่ยนฤดูกาล คุณอาจต้องเปลี่ยนสูตรรองพื้น ไม่ใช่แค่เฉดสีของรองพื้
ตัวอย่างเช่น ถ้าผิวคุณแห้งมากขึ้นในฤดูหนาว คุณควรเปลี่ยนมาใช้รองพื้นสูตรให้ความชุ่มชื่น เช่น Supermoisture Makeup สักระยะเพื่อให้ได้ลุคที่เป็นธรรมชาติ และทำให้รองพื้นไม่หนาเกินไป สิ่งที่ควรทำคือปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ไม่ใช่ปกปิดผิวที่แท้จริง
ถ้าใช้รองพื้นเนื้อลิควิด ให้ใช้แปรงเกลี่ยรองพื้น การใช้แปรงจะทำให้เกลี่ยรองพื้นให้กลมกลืนกับผิวได้อย่างง่ายดาย ถ้าใช้รองพื้นเนื้อครีม ให้เกลี่ยด้วยฟองน้ำหมาดๆ เพื่อช่วยดูดซับรองพื้นที่ไม่ต้องการ และไม่ทำให้รองพื้นหนาจนเกินไป
ถ้าใช้รองพื้นเนื้อครีมพาวเดอร์ ให้เกลี่ยด้วยฟองน้ำหมาดๆ หรือแห้งก็ได้ แต่ถ้าใช้รองพื้นเนื้อแป้ง ให้ใช้แปรงที่มีขนแปรงแน่นและปลายแบน
เพื่อเกลี่ยรองพื้นให้กลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกับผิว
วิธีง่าย ๆ ในการทารองพื้นให้เรียบเนียน ดูเป็นธรรมชาติคือ
ใช้ผลิตภัณฑ์ 3-step ทำความสะอาดผิวหน้า และลำคอ พร้อมขจัดเซลล์ผิวชั้นนอกที่เสื่อมสภาพเพื่อจะได้ไม่มีสิ่งสกปรก และน้ำมันส่วนเกินอุดตันผิว
และเตรียมพร้อมผิวเพื่อช่วยให้การทารองพื้นเรียบเนียนยิ่งขึ้น
ทาครีมบำรุงผิวที่เหมาะกับผิวหน้า และตามด้วยครีมกันแดด รอให้เนื้อครีมซึมลงสู่ผิวสัก 2-3 นาที
เทรองพื้นลงบนมือ แล้วใช้ปลายนิ้วแตะเนื้อรองพื้นให้อุ่นขึ้น จากนั้นเกลี่ยให้ทั่วใบหน้าโดยเริ่มจากกลางใบหน้าออกไปบริเวณไรผม ข้างแก้ม
และใต้สันกรามเพื่อไม่ให้เกิดสีที่ต่างกันบริเวณผิวหน้า และคอ วิธีนี้จะช่วยให้การทารองพื้นเรียบเนียนสม่ำเสมอมากกว่าการแต้มรองพื้น 5 จุด
แล้วค่อยเกลี่ยออกด้านข้าง เพราะรองพื้นบางชนิดปราศจากส่วนผสมของน้ำมัน ทำให้เนื้อรองพื้นแห้งไว ถ้าเกลี่ยทีละจุดจะทำให้เกลี่ยได้ยาก
ขอบคุณเนื้อหาดีดีจาก เครื่องสำอาง Clinique
เคล็ดลับอบอุ่นร่างกายหน้าหนาว
ลมหนาวพัดโชยมาเยือนกันแล้วอย่างนี้ เราก็ควรจะดูแลร่างกายของเราให้อบอุ่นอยู่เสมอนะคะ จะได้ช่วยลดโอกาสเจ็บไข้ได้ป่วย เคล็ดลับความรู้ ที่เราจะนำมาฝากในวันนี้ ก็คือการอบอุ่นร่างกายในช่วงอากาศหนาว

เริ่มจาก ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์เพื่อแก้หนาว เพราะแท้ที่จริงแล้วไม่ได้ช่วยให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย แต่ยังทำให้ร่างกายไม่สามารถทนต่อสภาพหนาวเย็นได้ อีกทั้งอาจคาดสติ จนไม่ได้สวมเครื่องป้องกันลมหนาว โดยอาหารและเครื่องดื่มที่เหมาะในช่วงหน้าหนาว คือ อาหารจำพวกโปรตีน เครื่องเทศที่ใช้ควรเน้น พริกไทย ขิง กระเทียม หัวหอม ดื่มชาหรือน้ำขิงร้อนๆ

ทั้งนี้ สภาพอากาศที่หนาวเย็น มักทำให้เกิดอาการเป็นตะคริว สร้างความเจ็บปวดให้กับกล้ามเนื้อ เพื่อป้องกันอาการดังกล่าว ควรสวมเสื้อผ้าเนื้อหนาและเครื่องกันหนาวอื่นๆ เช่น ผ้าพันคอ ถุงเท้า แต่ระวังอย่าให้รัดแน่นจนเกินไปเนื่องจากอากาศเย็นๆ ส่งผลให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวกอยู่แล้ว หากยิ่งสวมสิ่งที่รัดผิวแน่น ก็ยิ่งขวางทางเดินเลือดเข้าไปอีก โดยปัญหาเลือดไหลเวียนไม่สะดวกและผิวหนังถูกรัดแน่นยังเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการตะคริวด้วย

กรณีไปท่องเที่ยวบริเวณที่มีอากาศหนาวเย็นมาก เช่น ภาคเหนือ บนภู บนเขา ไม่ควรผิงไฟในเต้นท์เพราะจะได้รับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาไหม้เข้าสู่ร่างกาย นอกจากนี้ยังไม่ควรนอนในที่ร่ม ลมโกรก โดยไร้เครื่องป้องกันหนาว ที่สำคัญไม่นำเด็กเล็กเข้าไปใกล้บริเวณที่ก่อไฟ เพราะควันไฟจะระคายเคืองเยื่อบุทางเดินหายใจ ทำให้เป็นหวัดง่าย
อย่างไรก็ตาม ยังมีการออกกำลังกาย จะช่วยให้ระบบเลือดไหวเวียนได้ดี โดยขณะออกกำลังกายแนะนำให้หายใจยาวและลึกขึ้น.

ขอบคุณข้อมูลจาก นสพ.เดลินิวส์
เครียด! ระวัง โรคปากเบี้ยว จะถามหา
พฤศจิกายน 28, 2011 by panadda
Filed under การศึกษา / สาธารณสุข

ได้ดูข่าวทางโทรทัศน์ว่ามีนักแสดงเป็น ‘โรคปากเบี้ยว’ เราก็ยังคงเฉยๆ ก็แค่รับรู้ข่าวสาร และไม่รู้ด้วยว่า ‘โรคปากเบี้ยว’ เกิดจากอะไร แล้วจะหายหรือเปล่า คิดว่ายังไงก็คงไม่เกิดกับเราหรือคนรอบข้างของเราแน่ แต่แล้วเพื่อนสาวห้องข้างๆ ก็วิ่งหน้าตาตื่นเหมือนโดนผีหลอกตอนเช้า ครั้นได้สติ เธอจึงเล่าเรื่องราวให้ฟัง
อาการของเธอคือ แปรงฟันอยู่ดีๆ พอบ้วนน้ำออกจากปาก น้ำไม่ออกจากปากตรงๆ เหมือนทุกที แต่ไหลออกข้างๆ ก็ลองทำซ้ำอยู่หลายรอบก็ปรากฏว่าเหมือนเดิม ก็ยังคิดว่าไม่เป็นไร พออาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย ในขณะที่กำลังปัดแก้ม แล้วต้องยิ้มเพื่อให้ปัดโหนกแก้มได้นั้น เธอก็ตกใจสุดขีด เพราะปากของเธอเบี้ยวไปข้างหนึ่ง งานเข้าแล้วทีนี้ แต่เดี๋ยวก่อน คุ้นๆ เหมือนนั่งดูข่าวเมื่อหลายวันก่อนว่า ‘โรคปากเบี้ยว’ นี้มันจะหายเอง แต่เพื่อนสาวคนนี้คงไม่อยากรอให้หายเองจึงรีบไปหาหมอทันที

เมื่อไปพบหมอจึงได้ทราบว่า โรคปากเบี้ยวสามารถเกิดได้กับทุกคน ทุกเพศ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะยามที่ร่างกายของเราอ่อนแอก็มีสิทธิ์ที่จะป่วยได้ และนอกจากจะบ้วนน้ำไม่ตรง หรือยิ้มแล้วปากเบี้ยวไปข้างหนึ่ง ยังมีอาการอื่นๆ อีก เช่น กินอาหารแล้วติดกระพุ้งแก้ม ตาอาจจะแดงเพราะหลับตาไม่ลง ต้องระวังตาอักเสบให้มาก
ส่วนปัจจัยการเกิดของโรคปากเบี้ยวนั้นอยู่ที่ “เส้นประสาทเส้นที่ 7″ ซึ่งเป็นเส้นสำคัญที่มาเลี้ยงใบหน้าของเรา โดยสิ่งที่ทำให้เส้นประสาทเกิดงอแงและล้มป่วยขึ้นมาก็มีหลายประเด็น
1. ติดเชื้อ โดยเฉพาะไวรัสอย่าง เริม งูสวัด ทำให้เส้นประสาทอักเสบและหน้าเบี้ยว
2. ความเครียด ทั้งทางกายและใจ ส่งผลให้เส้นประสาทอักเสบ และทำงานผิดปกติ
3. โรคประจำตัว อาทิ หลอดเลือดสมองตีบ ไขมันอุดตัน มีสิทธิ์ทำให้เบี้ยวทั้งหน้า แล้วยังจะเกิดการเป็นอัมพาตครึ่งซีกอีกด้วย รวมทั้งคนที่เป็นโรคเบาหวานก็มีโอกาสเป็นได้
4. เหตุอื่นๆ เช่น ฉีดหน้าเพื่อเสริมความงามแล้วเกิดผลข้างเคียง เนื้องอกในสมอง อุบัติเหตุต่อเส้นประสาท ผลกระทบจากการผ่าตัด เป็นต้น
ที่สำคัญเลยก็คือต้องแยกให้ออกว่า หน้าเบี้ยวนี้เกิดจากปลายประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อบริเวณหน้าอักเสบอย่างเดียว หรือถ้ามีเหตุจากทางสมอง จะมีอาการขาและแขนไม่มีแรง เพราะเกิดจากเส้นเลือดในสมองแตกและอุดตัน

ทางบำบัดเมื่อป่วยด้วยโรคหน้าเบี้ยว
อย่าเพิ่งตกใจไป ยิ่งกลุ้มใจก็ไม่ทำให้หน้าหายเบี้ยว เพราะโรคนี้เกิดมาจากความเครียดจัดๆ และโรคนี้จะค่อยๆ ดีขึ้นเองโดยไม่ต้องกินยา ดูแลสุขภาพตัวเองด้วยการกินอาหารบำบัดเส้นประสาท อาทิ กินวิตามินบีรวม น้ำมันปลา มากินสลับกับอาหารสด อย่างผักคะน้า และมะเขือเทศ เพราะจะช่วยบำรุงเส้นประสาทไม่ให้เสื่อมไวหรือติดเชื้อได้ หรือไปหาหมอเพื่อรักษา ในกรณีที่รู้แน่แล้วว่า หน้าเบี้ยวที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากการติดเชื้อ หรือเหตุอื่นๆ ก็จะได้แก้อย่างตรงจุด ส่วนระยะเวลาของอาการจะประมาณ 3-4 อาทิตย์จะรู้สึกว่าดีขึ้น แต่หากเป็นมากจะขยับหน้าไม่ได้ และลิ้นไม่รู้รส อย่างนี้ก็อาจเป็นเดือน หรือนานเป็นปี หายได้แต่ไม่ 100% สามารถจะสังเกตว่าดีขึ้นหรือยังได้ด้วยการเลิกคิ้ว หรือลองปิดตา หรือขยับกล้ามเนื้อบริเวณหน้าดู ถ้าขยับได้บ้างหรือหลับตาได้พอมิด แสดงว่าเป็นไม่มากแล้ว และอาการกำลังดีขึ้น

ป้องกันก่อนโรคปากเบี้ยวจะถามหา
เลี่ยงนอนดึก นอนไม่พอถือเป็นปัจจัยเสี่ยงหน้าเบี้ยว เพราะถือเป็นความเครียดอย่างหนึ่ง รวมทั้งคนที่อยู่ดึก ดื่มแอลกอฮอล์ หรือทำงานไม่เป็นเวลาก็มีสิทธิ์เป็น ควรออกกำลังกายตั้งแต่ยังไม่ป่วย แต่ห้ามออกกำลังกายที่หนักเกินไปตอนกำลังเป็นอยู่ เพราะมันจะกลายเป็นความเครียดที่กระตุ้นหน้าเบี้ยวได้ และสลายพฤติกรรมเสี่ยงทั้งหลาย เช่น ทำงานไม่มีวันพัก เครียดสะสม สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ ทานอาหารซ้ำซากหนักไขมัน
หลังจากนี้ เธอเบาใจได้กว่าครึ่ง และเมื่อเธอไปทำงาน ก็จะพยายามจะไม่ยิ้มหรือพูด และกลับมานวดกล้ามเนื้อใบหน้าอย่างสม่ำเสมอ ที่สำคัญเลย เธอเน้นย้ำกับเพื่อนที่ทำงานด้วยกันว่า พยายามลดความเครียด อย่าเก็บสะสม เพราะโรคปากเบี้ยวจะถามหา และฝากถึงคนทำงานหามรุ่งหามค่ำ ไม่มีวันหยุดด้วยว่า ‘โรคปากเบี้ยว’ มันเกิดได้ไม่ยากนะจะบอกให้
โรคหน้าเบี้ยว หากเป็นเฉพาะบริเวณใบหน้าอย่างเดียว เรียกว่า ‘เบลล์ พัลซี่’ (Bell’s Palsy)
เพื่อช่วยให้ฟื้นจากโรคปากเบี้ยวเร็วขึ้น ควรบริหารกล้ามเนื้อใบหน้า ด้วยการฝึก “ยิ้มกว้าง” อันประกอบด้วยการฉีกยิ้ม ยิงฟัน แล้วใช้มือยกมุมปากข้างที่เป็นอัมพาตขึ้นตามไปด้วย ทำวันละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 5-10 นาที
ที่มา :
นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผอ.ศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ
มูลนิธิหมอชาวบ้าน
คำแนะนำเบื้องต้นในการทำความสะอาดบ้าน/ที่ทำงาน หลังน้ำท่วม
ใช้น้ำยาที่ใช้อยู่ตามปกติ ทำความสะอาดคราบต่างๆ (คราบดิน/โคลน คราบน้ำ) ก่อนในขั้นแรก เพื่อเอาความสกปรกออกให้ได้มากที่สุด เช่น น้ำยาล้างบ้าน ล้างพื้นห้องน้ำ ผงซักฟอก เป็นต้น แต่ต้องปฏิบัติตามฉลากของนำยาเหล่านั้นให้ถูกต้อง เช่น อะไรใช้กับไม้ กับกระเบื้อง กับ โลหะ (= ต้องอ่านฉลาก)
การป้องกันร่างกายให้ถูกต้อง เช่น สวมถุงมือยาง (เช่น ถุงมือล้างจานที่แม่บ้านใช้) สวมรองเท้าบูทยาง สวมหน้ากาก (mask) สวมเสื้อผ้ามิดชิด เพื่อป้องกันไม่ให้ความสกปรกมาถูกตัว ถูกผิวหนัง/แผล หรือน้ำกระเด็นเข้าปาก/น้ำเข้าตา ต้องล้างมือล้างเท้าด้วยน้ำสะอาดและสบู่บ่อยๆ ต้องคำนึงว่ากำลังทำงานอยู่กับของสกปรก
การฆ่าเชื้อโรคบนพื้นผิวบ้าน สิ่งของที่เป็นพื้นผิวแข็ง ให้เช็ดด้วยแอลล์กอฮอล์ล้างแผลที่มีขายทั่วไป (70% alcohol)1
แนวทางการทาความสะอาดเชื้อรา โดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อรา ที่มีจำหน่ายโดยทั่วไป ควรเตรียมอุปกรณ์สำหรับทำความสะอาด ประกอบด้วย น้ำยาฆ่าเชื้อรา ถุงมือยาง หมวกคลุมผม เสื้อคลุม ผ้าปิดจมูก2 และกระบอกฉีดพ่น (ฟ็อกกี้)
อัตราส่วนการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อรา - ใช้ตามคำแนะนำที่ปรากฏข้างภาชนะบรรจุ
การเตรียมความพร้อมก่อนดำเนินการ
- ใส่อุปกรณ์ป้องกันต่างๆ ได้แก่ เสื้อคลุม ถุงมือยาง หมวกคลุมผม และผ้าปิดจมูกให้เรียบร้อย
- ใส่น้ำยาฆ่าเชื้อราที่ผสมตามอัตราส่วนข้างต้นในขวดฟ็อกกี้
- เตรียมถังน้ำและใส่น้ำสะอาด พร้อมผ้าสำหรับการเช็ดทำความสะอาด
- ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อราบริเวณที่มีเชื้อราแล้วทิ้งไว้นานตามที่ฉลากแนะนำ
- นำผ้าสะอาดที่ซักน้ำแล้วบิดหมาดๆ เช็ดทาความสะอาดบริเวณที่ฉีดพ่นน้ำยา โดยให้หมั่นซักผ้าบ่อยๆ ขณะที่เช็ดทำความสะอาด (ควรเช็ดไปในทางเดียว อย่าถูไป-มา จะทำให้เชื้อราฟุ้งกระจาย)

1 ในประเทศสหรัฐอเมริกา มักจะแนะนำให้ใช้ household bleach (น้ำยาฟอกผ้าขาว หรือ 3-6% Sodium hypochlorite) เช่น Clorox ซึ่งใช้อยู่ทั่วไปตามบ้าน (ฟอกผ้าขาว ฆ่าเชื้อโรคในครัว) โดยมีข้อจำกัดว่าต้องใช้ในความเข้มข้นที่เหมาะ (3/4 ถ้วยของน้ำยาฟอกผ้าขาว ต่อน้ำ 1 แกลลอน หรือ 3.8 ลิตร) ใช้ทำความสะอาดผนัง พื้น หรือพื้นผิวสิ่งของใดๆ ที่สัมผัสกับน้ำที่ท่วม ทิ้งไว้ 2-10 นาที แล้วล้างด้วยน้าสะอาด ต้องใช้ในที่ที่อากาศถ่ายเทดี ไม่สูดดมโดยตรง สวมถุงมือยาง และห้ามผสมกับน้ำยาทาความสะอาดตัวอื่นที่มีแอมโมเนีย เช่น น้ำยาเช็ดกระจก/น้ำยาล้างโถส้วม หรือน้ำยาอื่นที่มีส่วนผสมของกรด เพราะจะเกิดแก็ซพิษที่เป็นอันตรายมากต่อร่างกาย (อ้างอิงจาก http://www.factsaboutbleach.com/Bleachrecommendedforcleaningupafterflood.htm)
2 ถ้าจะทำการกำจัดเชื้อราที่มีอยู่มาก ให้ใช้หน้ากากป้องกันการหายใจแบบ N-95 สำหรับผู้ที่แพ้สปอร์รา
———————————-
เนื้อหาโดย งานบริหารอาคารสถานที่ และงานความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม ศช./สวทช.
“อั้ม”ไม่หวั่นชวน “นัท”ช่วยน้ำท่วม!!
ตุลาคม 14, 2011 by nate
Filed under breakingnews, บันเทิง
เป็นอีกหนึ่งคนนี้ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมอย่างพระเอกหนุ่มกล้ามโต “อั้ม-อธิชาติ” ถึงบ้านย่านลาดพร้าวของตัวเองจะน้ำท่วมแต่ก็ไม่นิ่งดูดาย โดยชวนสาวคนสนิท “นัท-มีเรีย”ออกไปช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

“ถ้าว่างก็ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมตลอด ช่วงนี้กองละครก็ถ่ายทำกันลำบากนิดนึงเพราะว่าติดฝน ติดน้ำท่วมด้วย ถ้าวันไหนไม่มีถ่ายผมก็จะไปช่วย อย่างที่ผ่านมาก็ไปช่วยที่ จ.ชัยนาท และ จ.พระนคราศีอยุธยา ถือว่าวิกฤติมาก โกลาหลต้องอพยพคนเพราะยังมีคนที่ติดอยู่ตามหมู่บ้านที่ไกลเมืองอีกเยอะครับ ซึ่งความช่วยเหลือเข้าไปลำบาก”
จะชวนพี่นัทไปด้วยไหม
“จริงๆเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ไปกันมาแล้ว ก็เอาของช่วยเหลือจากการบริจาคไปให้ชาวบ้าน เราก็ลุยเริ่มจาก อ.เมืองอยุธยา”
ชาวบ้านเห็นเราไปช่วยไปแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง
“เขาก็น่ารัก บอกเราว่าสู้ๆนะเพราะเห็นว่าตากแดดร้อน ผมเองก็ต้องบอกเขามากกว่าว่าพี่ต้องสู้ๆนะ เป็นกำลังใจให้ ทุกหน่วยงานก็เป็นกำลังใจให้อยู่แล้ว”
อยากฝากบอกอะไรกับคนที่ไปช่วยแล้วประสบอุบัติเหตุบ้าง
“สถานการณ์ตอนนี้ค่อนข้างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นน้ำหน้างานซึ่งมันแรงมาก ถ้าใครจะไปก็อยากให้ใส่ชูชีพก่อน ให้ดูแลตัวเองกันให้ดีด้วย”
ที่บ้านเราได้รับผลกระทบอะไรบ้างไหม
“ที่บ้านผมที่อยู่ลาดพร้าวก็ท่วมครับ อย่างวันนั้นไปอยุธยาก็ลุยน้ำท่วมจากที่บ้านออกไปก่อน”
นักวอลเลย์บอลสาวไทยเนื้อหอม สโมสรต่างชาติพาเหรดทาบเล่นอาชีพ
สิงหาคม 27, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews, news report
นายเกียรติพงษ์ รัชตะเกรียงไกร หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมวอลเลย์บอลสาวไทย เปิดเผยหลังทีมวอลเลย์บอลสาวไทยแพ้ญี่ปุ่น 0-3 เซตครองอันดับ 6 ศึกเวิลด์กรังด์ปรีซ์ 2011 วันที่ 27 สิงหาคมว่า ก่อนการแข่งขันตั้งเป้าว่าจะต้องคว้าอันดับ 8-12 แต่สามารถทำได้ดีเกินเป้าเข้าถึงรอบสุดท้ายและคว้าอันดับ 6 มาครอง ดีใจมาก
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญคือทำให้นักกีฬาได้เรียนรู้และมั่นใจมากขึ้น โดยเฉพาะการเล่นในรอบสุดท้าย นักกีฬาแสดงให้เห็นว่าพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“มีสโมสรต่างประเทศหลายสโมสรติดต่อเข้ามาเพื่อว่าจ้างนักกีฬาไทยไปเล่นอาชีพ แต่ต้องรอปรึกษาหารือกับทางผู้ใหญ่ของสมาคมวอลเลย์บอลเสียก่อน รวมทั้งดูข้อเสนอต่างๆ ให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ”
ตร.แม่สายจับยาไอซ์ 2 กก.
สิงหาคม 9, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews, news report, อาชญากรรม-ภาคเหนือ
วันนี้(9ส.ค.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ถนอมศักดิ์ ยศแผ่น ผกก.สภ.แม่สาย พ.ต.ท.ชินพันธ์ พราหมณ์ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.ชาญณรงค์ รัชตะประทาน สวป.สภ.แม่สาย ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายสุรชัย พฤกษาพันธุ์ทวี อายุ 48 ปี อยู่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย พร้อมของกลาง ยาไอซ์ น้ำหนัก 2 กก.และเงินสด 950,000 บาท โดยจากการสืบทราบว่านายสุรชัย มีพฤติกรรมลักลอบนำยาเสพติดประเภทยาไอซ์ จากชายแดนพม่าเข้ามาเก็บไว้ที่บ้านพัก ก่อนจะลักลอบขนส่งให้กับกล่มพ่อค้ายาเสพติดภาคกลาง จึงสั่งการให้พ.ต.ท.ชินพันธุ์ พราหมณ์ รอง ผกก.ป.สภ.แม่สาย พ.ต.ท.พงษ์สวัสดิ์ ไชยบาล รองผกก.สส.นำกลังออกสืบสวนติดตามเฝ้าดูพฤติกรรมของนายสุรชัย เรื่อยมา จนเมื่อวันที่ 9 ส.ค.เวลาประมาณ 09.00 น.เจ้าหน้าที่พบนายสุรชัย ขับขี่รถลงมาตามเส้นทางดอยอีก้อผาหมี ลักษณะคล้ายคนเมายาเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายสุรชัยไปตรวจหาสารเสพติดที่โรงพยาบาลแม่สาย ปรากฏว่าพบปัสสาวะเป็สีม่วงและนายสุรชัย ก็ยอมรับสารภาพว่าได้เสพยาเสพติดจริงและยังได้ซุกซ่อนยาไอซ์ไว้ที่บ้านเพื่อเตรียมการขนส่งไปให้ลูกค้าที่เขตบางนา กทม. เจ้าหน้าที่จึงนำตัวนายสุรชัยไปทำการตรวจค้นยังบ้านพัก ผลการตรวจค้นพบยาไอซ์ของกลางบรรจุอยู่ในถุงชา 2 ชั้น จำนวน 2 ถุง น้ำหนัก 2 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางสีดำวางอยู่บนชั้นวางของภายในบ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการยึดไว้เป็นของกลาง
ขณะเดียวกัน นายสุรชัย ได้ทำการต่อรองกับเจ้าหน้าที่โดยเสนอเงินจำนวน 1 ล้านบาทเพื่อให้เจ้าหน้าที่ปล่อยตัวโดยจะมีกลุ่มร่วมขบวนการทำการโอนเงินมาให้ เจ้าหน้าที่จึงทำเป็นตกลงและให้นายสุรชัย ทำการติดต่อกลุ่มร่วมขบวนการเพื่อทำการส่งเงิน แต่กลุ่มขบวนการได้ทำการโอนเงินเข้าบัญชีของเจ้าหน้าที่จำนวน 950,000 บาท แทน เจ้าหน้าที่คาดว่ากลุ่มร่วมขบวนการคงไหวตัวทันเกรงว่าจะถูกเจ้าหน้าที่ซ้อนแผนจับกุม จึงทำการโอนเงินเข้าบัญชีแทน เจ้าหน้าที่จึงทำการเบิกเงินจำนวนดังกล่าวไว้เป็นของกลางและควบคุมตัวนายสุรชัย นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนกลุ่มร่วมขบวนการเจ้าหน้าที่จะทำการขยายผลเพื่อจับกุมต่อไป
ศาลยกฟ้อง “จตุพร” หมิ่น “รสนา”
สิงหาคม 8, 2011 by Anuthida_c
Filed under breakingnews, news report, อาชญากรรม
ศาลอาญา พิพากษายกฟ้องในคดีที่ น.ส.รสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา จากกรณี เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2553 นายจตุพรให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนในทำนองว่า โจทก์ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริต และเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา มีความพยายามโยงคดีของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บุกยึดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และดอนเมือง ไปอยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ทั้งที่ความจริงแล้ว โจทก์ไม่เคยเรียกนายตำรวจ หรือ อธิบดีดีเอสไอ เข้าพบแต่อย่างใด มีเพียงการใช้อำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดในการเรียก คณะกรรมการสอบสวน เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงของคดีเท่านั้น โดยไม่มีผู้มีอำนาจ ในรัฐบาลคนใดเข้ามาเกี่ยวข้องหรือแทรกแซง
โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องโจทก์แล้ว เห็นว่า คดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง



กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการศึกษา
กระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
สำนักนายกรัฐมนตรี
กระทรวงคมนาคม
กระทรวงพาณิชย์
กระทรวงยุติธรรม
กระทรวงกลาโหม












