Get Adobe Flash player

รถตู้อนุบาลประสานงาทัวร์เกาหลีเจ็บ 26 ดับ 1

กุมภาพันธ์ 6, 2012 by pafrank  
Filed under breakingnews, อาชญากรรม-ภาคเหนือ

ร.ต.อ.สุพจน์ สุวรรณ์ พนักงานสอบสวน สภ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถตู้รับส่งนักเรียนอนุบาลชนกับรถบัสท่องเที่ยวและรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร่ ป้ายแดง บริเวณโค้งบ้านเหมืองผ่า หมู่ 1 ต.ริมเหนือ อ.แม่ริม มีเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ตู้รับส่งนักเรียนโรงเรียนอนุบาลวัยดรุณพัฒนา ยี่ห้อโตโยต้า สีเทา หมายเลข ทะเบียน นค-6969 เชียงใหม่ อยู่กลางถนนในสภาพด้านหน้าถูกชนอย่างแรงจนพังยุบเข้ามา ภายในรถพบเด็กนักเรียนอนุบาลอายุระหว่าง 2-5 ปี ได้รับบาดเจ็บร้องไห้ระงมกว่า 10 คน เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลนครพิงค์และโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ห่างกันเล็กน้อยพบรถบัสของบริษัทสยาม ไอที ทัวร์ หมายเลขทะเบียน 30-2264 เชียงใหม่ และรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร่ สีเปลือกมังคุด หมายเลขทะเบียนป้ายแดง ก-4286 เชียงใหม่ พุ่งชนรั้วคอนกรีตของบ้านข้างถนน โดยมีผู้โดยสารเป็นนักท่อง เที่ยวชาวเกาหลีได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเจ้าหน้าที่จึงนำส่งโรงพยาบาล โดยยอดรวมผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ครั้งนี้มีจำนวน 26 ราย ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยแพทย์ได้ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นและอนุญาต ให้ออกจากโรงพยาบาลได้ นอกจากนี้ยังพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิงชราทราบชื่อภายหลังว่านางวันดี มั่นแสวง ไม่ทราบอายุ ที่นั่งมาในรถยนต์มิตซูบิชิปาเจโร่ถูกอัดก๊อปปี้เสียชีวิตคาที่นั่งข้างคนขับ
จากการสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุรถตู้ได้รับเด็กอนุบาลเต็มรถเพื่อไปส่งที่โรงเรียนอนุบาลวัยดรุณพัฒนาใน อ.แม่ริม โดยรถตู้คันดังกล่าวขับพุ่งออกมาจากซอยริมถนนซึ่งเป็นทางโค้งตัดหน้ารถมิตซูบิชิปาเจโร่ที่ขับมาบนถนนมุ่งหน้าสู่อำเภอแม่แตงทำให้ทั้งสองคันพุ่งชนประสานงากันอย่างแรง ขณะที่รถบัสของบริษัทสยาม ไอที ทัวร์ ที่นำนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีมาเต็มคันขับตามมาต้องหักหลบกระทันหันและเสียหลักพุ่งเข้าชนรั้วหมู่บ้านจัดสรรฝั่งตรงกันข้ามจนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว
รายงานแจ้งว่าบริเวณจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งได้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งจนชาวบ้านเรียกว่าโค้งร้อยศพซึ่งที่ผ่านมาชาวบ้านบริเวณดังกล่าวเรียกร้องให้สร้างเกาะกลางถนนเพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุแต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า

“เหลิม” ปัดเกาเหลาผบ.ตร.อ้างเป็นคนหนุน “เพรียวพันธุ์” เหน็บ “ชูวิทย์” เล่นเกินบท

กุมภาพันธ์ 6, 2012 by jariya_n  
Filed under breakingnews, news report, การเมือง-สำคััญ

“เฉลิม” ปัดข่าวเกาเหลา”เพรียวพันธุ์”ยันไม่มีอำนาจเด้งผบ.ตร. อ้างเป็นคนสนับสนุน”บิ๊กอ๊อฟ” เหน็บ”ชูวิทย์”เล่นเกินบท

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 13.00น. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง  รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวขัดแย้งกับพล.ต.อ.เพรียวพันธุ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. ที่มีการปรับเปลี่ยนการแบ่งงานให้รองผบ.ตร.ใหม่ ว่า เป็นอำนาจของผบ.ตร.ปรับเปลี่ยนการแบ่งงานเพื่อความเหมาะสม   เมื่อถามว่า มีข่าวว่าท่านกับผบ.ตร.กินเกาเหลากันเพราะเรื่องนี้ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่จริง  สื่อยังเข้าใจผิด ตนไม่มีอำนาจไปทำอะไรผบ.ตร.ได้เลย  เพราะตนเป็นประธาน ก.ตร. คนพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายได้คือ ก.ต.ช. และคนที่จะเอาผบ.ตรงมาช่วยราชการที่ทำเนียบฯได้ก็คือนายกฯ ตนไม่มีเกาเหลาหรอก แต่เป็นคนสนับสนุนพล.ต.อ.เพรียวพันธุ์  มีหนังสือพิมพ์บางฉบับ  อวดรู้ไปเขียนเอง โดยไม่เข้าใจ น่าอาย   ก.ตร. พิจารณาแต่งตั้งระดับรองผบ.ตร.ลงมา  ระดับผู้กำกับ ตนก็ไปยุ่งไม่ได้   ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวว่าร.ต.อ.เแลิมสนับสนุนให้ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร.ให้คุมบช.น. รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่จริง เขาคุมกันมาก่อนแล้ว และใครคุมที่ไหนตนก็ใช้ได้ทั้งนั้นเพราะตนรู้จักตำรวจ เพียงแต่พล.ต.อ.ภาณุพงศ์รู้จักกับตน ตอนเขาเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ ปี 1 ตนเป็นครูฝึกเขา  ผูกพันกันมานาน ตั้งแต่ปี 2515  และตอนตนเป็นสารวัตรกองปราบปราม เขาเป็นร.ต.ต.อยู่กองสืบเหนือ เป็นตำรวจจับโจรด้วยกันทำงานด้วยกันก็สนิทกัน    ไม่ได้มีสัมพันธ์ส่วนตัวลึกซึ้งที่จะต้องให้เขาเป็นหรือไม่เป็นอะไร  ไปเลื่อยขาเก้าอี้ใคร
ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวด้วยว่า สำหรับนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย  ”วันนี้เขาก็เล่นเกินบท คือตำรวจต้องรับผิดชอบเรื่องบ่อนการพนันหมายความว่าเป็นบ่อนถาวร เปิดเล่นระยะเวลายาวนาน  มีคนเล่นเยอะ แต่ถ้ามันเป็นบล่นวิ่งและคนน้อย ๆ ตำรวจไม่ต้องรับผิดชอบหรอก เพราะเขาจับอยู่แล้ว  และเป็นบ่อนมหัศจรรย์มีผู้หญิงมาเปิดอกเต้น  ไฮโลมันต้องแทงตอนเย่าเงียบ ๆ เสียงดังอย่างนั้นมีไฮโลได้อย่างไร  เดี๋ยวเจอชูวิทย์พรุ่งนี้จะหยิกพุ่งให้” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวพร้อมส่งเสียงหัวเราะ

ระทึกดินไหวเขย่า “ปินส์” 6.8 ริคเตอร์ตาย 1 ศพ

กุมภาพันธ์ 6, 2012 by piggy  
Filed under breakingnews, news report, ต่างประเทศ

ระทึกแผ่นดินไหวฟิลิปปินส์ 6.8 ริคเตอร์ตาย 1 ศพ เป็นเด็กถูกกำแพงพังถล่มลงมาทับร่างเสียชีวิต

วันนี้ (6 ก.พ.)สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ว่า เกิดแผ่นดินไหว 6.8 ริคเตอร์ นอกชายฝั่งทางตอนกลางของประเทศฟิลิปปินส์ มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1 ศพ และยังทำให้ประชาชนเกิดการตื่นตระหนกโดยเฉพาะในเมืองที่มีบ้านและอาคารเกิดสั่นไหว

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาสหรัฐแจ้งว่า เกิดแผ่นดินไหววัดได้ 6.8 ริคเตอร์ เมื่อเวลา 11.49 น.ของวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับ 10.49 น.วันเดียวกันตามเวลาในประเทศไทย โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ลึก 46 กม.และห่างจากเมืองดูมากีเต้บนเกาะเนกรอส  ไปทางเหนือในราว 70 กม.

ขณะที่สถาบันภูเขาไฟและแผ่นดินไหววิทยาของฟิลิปปินส์ แจ้งว่า วัดแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวครั้งนี้ได้ 6.9 ริคเตอร์ โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปใต้ดิน 10 กม. และนอกชายฝั่งของจังหวัดเนกรอสกับเซบู เกาะที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น ทางตอนเกลางของประเทศฟิลิปปินส์

นายเบนิโต รามอส หัวหน้าเจ้าหน้าที่ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนของฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ เป็นเด็กถูกกำแพงพังถล่มลงมาทับทำให้เสียชีวิต นอกจากนั้นยังมีการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงของอาคารบ้านเรือนในเมืองเซบูที่ห่างจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวประมาณ 50 กม.เท่านั้น แต่ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องความเสียหายร้ายแรง ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังต้องประกาศเตือนประชาชนให้ระวังคลื่นสั่นสะเทือนตามหลังแผ่นดินไหวหรืออาฟเตอร์ช็อก อาจเกิดขึ้นตามมาอีก

 

“เหลิม” ลั่นแก้กม.ประหารนักโทษค้ายาในกำหนดเวลา กรณีศาลชั้นต้น-อุทธรณ์ยืนโทษตาย

กุมภาพันธ์ 6, 2012 by blackkat  
Filed under breakingnews, news report, การเมือง

“เหลิม” โว 1 ปี แก้ยาเสพติดได้ผล เล็งหารือเลขากฤษฎีกาแก้กม.ศาลชั้นต้น-ศาลอุทธรณ์ยืนโทษประหารนักโทษคดียาเสพติด ให้ประหารภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อให้เข็ดหลาบ เลิกก่อกรรมทำชั่ว

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 13.00น. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวว่าเลขาธิการป.ป.ส.เสนอเพิ่มโทษนักโทษคดียาเสพติด ว่า ไม่ใช่ เขาไม่ได้เสนอเพิ่มโทษ คงฟังกันสับสน เพราะคดียาเสพติดเมื่อศาลชั้นต้นตัดสินลงโทษแล้ว ถ้าจะอุทธรณ์ต้องมายื่นอุทธรณ์ทีศาลอุทธรณ์กลาง ศาลอุทธรณ์แต่ละภาคไม่มีสิทธิพิจารณาคดี เมื่อศาลอุทธรณ์ตัดสินลงโทษเหมือนศาลชั้นต้น จำเลยไม่มีสิทธิฎีกา เมื่อศาลชั้นต้นตัดสินประหารชีวิตและศาลอทุธรณ์ก็ประหารชีวิต จำเลยก็ใช้ช่องทางนั้นช่องทางนี้ หาเรื่องอะไรต่างๆ ดังนั้นตนกำลังจะแก้ไขกฎหมายโดยจะหารือกับเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าถ้าคดีไหนก็ตามที่ศาลชั้นต้นตัดสินประหารชีวิต และศาลอุทธรณ์ยืนประหารชีวิตก็แก้ไขให้ชัดไปเลยว่าให้ประหารชีวิตภายในระยะเวลาเท่าใด โทษยาเสพติดถ้ามีมากก็ประหารชีวิตอยู่ แล้ว ไม่ต้องเพิ่มโทษ เดี๋ยวต่างชาติจะหาว่าเราโหดร้ายรุนแรง บางทีทำงานก็ลำบาก แต่เราต้องเคารพกฎหมายไทย

รองนายกฯ กล่าวว่า ส่วนนักโทษคดียาเสพติดที่โทษยังไม่ต้องโทษถึงประหารชีวิต แต่ไปกระทำผิดซ้ำสั่งซื้อยาเสพติดอีก เป็นคนละคดี จะเอามารวมกันไม่ได้ เพราะข้อเท็จจริงแต่ละคดีไม่เหมือนกัน ศาลก็ใช้ดุลยพินิจไม่เหมือนกันในแต่ละคดี แต่กรณีที่ยืนประหารชีวิตทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เหมือนกันต้องแก้กฎหมาย ตนจะปรึกษากับเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ถ้าสองศาลเห็นตรงกัน ให้ประหารชีวิตภายในระยะเวลาเท่าใด ไม่เช่นนั้นไม่เข็ดหลาบ ไม่ตายเสียที สร้างความเดือดร้อนให้กับบ้านเมือง พวกนี้ไม่น่าปรานี อยู่ในคุกยังทำชั่ว เดี๋ยวจะส่งไปเขาบินให้หมด ทั้งนี้ไม่เป็นการปิดโอกาสฎีกา เพราะกฎหมายเขียนไว้ชัดถ้าศาลชั้นต้นลงโทษจะอุทธรณ์ที่ไหนไม่ได้เลย ต้องมาที่ศาลอุทธรณ์กลาง แล้วถ้าศาลอุทธรณ์ตัดสินลงโทษประหารชีวิตก็จบฉากไปฎีกาไม่ได้ ถ้าสองศาลเห็นเหมือนกัน แต่ถ้าศาลอุทธรณ์ไม่ลงโทษอย่างนั้นฎีกาได้
“ผมไปเป็นประธานเปิดงานพระธาติกู่จาน ที่คำเวียงแก้ว ขออธิษฐานพระธาตุว่าขอเป็นรัฐบาล 4 ปี บวก 4 ปี แล้วบวกอีก4 ปี เท่ากับ 12 ปี พออธิบเสร็จแว่ว ๆ พระธาตุบอกว่าเอาเลย ๆ ” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวพร้อมหัวเราะอารมณ์ดี เมื่อถามว่า ตอนนี้ฝ่ายค้านก็จี้ให้มีการตรวจสอบการใช้งบประมาณในการปราบปรามยาเสพติด ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า การปราบปรามยาเสพติดมีเครดิตก็ไปบอกว่าใช้เงินมาก ตนไม่ได้งบประมาณไว้ รัฐบาลชุดตนงบประมาณยังไม่ได้ใช้ การสร้างคุกพิเศษก็แค่อุปมาอุปมัย ตนบอกว่ามีงบเท่าไหร่ใช้เท่านั้น มีของเก่าใช้ไปก่อน แล้วปีหนึ่งเราแก้ปัญหายาเสพติดได้ เราจะเหลือเงินเป็นล้าน ๆ บาท พรรคประชาธิปัตย์คิดได้เท่านี้ งบเดิมที่เขาตั้งไว้ให้ใช้มีนิดเดียว เรื่องการเบิกจ่ายเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ ต้องเบิกจ่ายขอนุมัติจากกรมบัญชีกลาง ไอ้คนพูด ๆ ไม่รู้เรื่อง ไม่มีงานทำ ตนไม่ทราบรายละเอียด เพราะไม่ได้เป็นคนใช้ ตนไปต่างจังหวัดยังไม่เคยเบิกงบหลวงเลยแม้แต่สตางค์แดงเดียว น้ำมันหลวงไม่เคยใช้ ใช้อย่างเดียวตั๋วเครื่องบินของส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ก็ยื่นกระทู้สดมาคุณจะได้เสียแต้ม ชาวบ้านเขากำลังชอบนโยบายนี้

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนว่าภายใน 1 ปีการปราบปรามยาเสพติดเห็นผล จากวาระแห่งชาติต้องยกเป็นวาระแห่งภูมิภาค จากเราทุกข์อยู่ประเทศเดียว ต้องให้ประเทศอื่นมามีห้นุส่วนในความทุกข์บ้างและต้องมีหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ด้วย เพราะสหประชาชาติบอกว่าคนติดยาทั่วโลก 210ล้านคนเป็นเรื่องใหญ่ ส่วนที่ไทยเป็นตลาดใหญ่เพราะเราอยู่ใกล้มาง่าย ยาเสพติดถ้าไม่มีสารตั้งต้นก็ผลิตไม่ได้ ตนไปสัดปิดกั้นได้ ตอนนี้มาใหม่เป็นยาแก้หวัด ยาแก้ไอ สั่งมาจากเกาหลี ไม่ลงไทยแต่เข้าปกัมพูชา ขยับเข้ามาชายแดนแล้วขยับไปชายแดนอีกประเทศเช่นมาเลเซียแล้วถึงค่อยขึ้นมาเมืองไทย แต่ตามกันทัน ให้เวลาตนหน่อย

“เฉลิม” ไม่ขัดมติพท.ลุยชงแก้รธน. เย้ยฝ่ายต้านกร่อย เรียกแขกไม่ขึ้น

กุมภาพันธ์ 6, 2012 by jariya_n  
Filed under breakingnews, news report, การเมือง

“เหลิม”ไม่ขัดข้องมติเพื่อไทยลุยแก้รธน. เย้ยฝ่ายต้านกร่อยเรียกแขกไม่ขึ้น
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 13.00น. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง  รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงพรรคเพื่อไทยจะมีมติพรรคออกมาเพื่อยื่นเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ  ถือเป็นห่วงเวลาที่เหมาะสมแล้วหรือไม่ ว่า    ไม่เป็นไร  ตนไม่ขัดข้องเพราะตนเป็นคนปราศรัยหาเสียงเอาไว้  และตนก็แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเอาไว้  ที่ตนเคยให้ควาเมห็นเอาไว้เพราะนึกว่าจะให้นายกฯแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจสักนิด และให้ตนแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ได้ผลหน่อย แต่เมื่อพรรคมีมติก็ไม่มีปัญหา  อย่างไรก็ตามกระบวนการยื่นแก้ไข   การสรรหาส.ส.ร.ก็ต้องใช้เวลาอยู่แล้ว ซึ่งทางวิปรัฐบาลก็ได้มาคุยกับตน แล้ว  เมื่อถามว่า มีการดูฤกษ์ยามหรือไม่   เพราะกระแสต่อต้านค่อนข้างมาก    รองนายกฯ กล่าวว่า  วิธีการแก้ไขมาตรา 291 โดยการเลือกส.ส.ร.จะเอาอะไรมาต้าน  ยังไม่รู้ว่าใครจะได้รับเลือก  และเมื่อส.ส.ร.ได้รับเลือกมา 77 คน  เขาก็ไปเลือกตัวแทนวิชาชีพอีก 22 คน รวมเป็น 99คน  และทั้ง99คนจะร่างมาอย่างไรก็ไม่รู้ และต้องไปถามประชามติจากประชาชนอีก ก็ไม่รู้ว่าประชาชนจะเอาด้วยหรือไม่ ตนว่าไม่น่ามีประท้วง งานนี้กร่อย เรียกแขกไม่ได้
เมื่อถามว่าถึง ความคืบหน้าในการผลักดันร่างพ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติ ร.ต.อ.เฉลิม  กล่าวว่า ร่างกฎหมายมี 6 มาตรา   เรียบร้อยหมด  แต่ยังไม่ให้ใครดูเลยแม้แต่แม่บ้าน  และทุกภาคส่วนได้ประโยชน์ สบายใจได้ ตนทำให้บ้านเมืองดีขึ้น แต่กำหนดที่จะเดินสายปราศรับเพื่อขอฟังเสียงประชาชนนั้นต้องขออนุญานทางพรรคก่อนเดี๋ยวถูกดุ   คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการสรน้างความปรองดองแห่งชาติก็แลหรู ๆ แต่สุดท้ายก็ต้องออกเป็นพ.ร.บ.ให้สภาฯอนุมัติ และมีผลบังคับใช้

ปภ.ประกาศภัยแล้ง 5 จว. สั่งตั้งศูนย์เฉพาะกิจทุกระดับแก้ภัยแล้ง

กุมภาพันธ์ 6, 2012 by blackkat  
Filed under breakingnews, news report

เมื่อวันที่ 6 ก.พ. นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ขณะนี้มีจังหวัดประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) 5 จังหวัด 45 อำเภอ 295 ตำบล 1,413 หมู่บ้าน แยกเป็น ภาคเหนือ 3 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร (10 อำเภอ) ลำพูน (4 อำเภอ) สุโขทัย (9 อำเภอ) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 จังหวัด ได้แก่ เลย (14 อำเภอ) และจันทบุรี (8 อำเภอ) ทั้งนี้ ในช่วงฤดูร้อนของทุกปีหลายพื้นที่ของประเทศไทยมักประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภคและการเกษตร โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทานสถานการณ์ภัยแล้งมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูร้อน ปภ.จึงได้ประสานให้จังหวัดจัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ทั้งระดับจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมจัดทำบัญชีพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง แผนเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง แผนแจกจ่ายน้ำและกำหนดจุดแจกจ่ายน้ำ จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์ภัยแล้งและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง รวมถึงสำรวจวัสดุ อุปกรณ์ สำหรับบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยแล้งให้พร้อมใช้งานได้ทันที ตรวจสอบแหล่งน้ำ ภาชนะเก็บกักน้ำให้อยู่ในสภาพใช้งานได้อย่างเพียงพอ ตลอดจนขุดลอก คู คลอง และแหล่งน้ำสาธารณะให้สามารถกักเก็บน้ำได้มากขึ้น รณรงค์ให้ประชาชนจัดเตรียมภาชนะกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง และใช้น้ำอย่างประหยัด ส่วนเกษตรกรให้วางแผนเพาะปลูกพืชให้เหมาะกับสถานการณ์น้ำในพื้นที่หรือปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย

นายวิบูลย์ กล่าวอีกว่า สำหรับการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง ให้จังหวัดพิจารณาดำเนินการตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ทั้งนี้ ขอให้จังหวัดถือว่าการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งเป็นนโยบายสำคัญที่ต้องเร่งกำหนดมาตรการ และให้ความช่วยเหลือ โดยบูรณาการกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงให้ชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมแก้ไขปัญหาภัยแล้ง เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้งได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ทั่วถึงและครอบคลุมทุกพื้นที่

“กรณ์” โพสต์เฟสบุ๊ค อัดรัฐบาล อ้างตีความ พ.ร.ก. 2 ฉบับ ทำแก้น้ำสะดุด

กุมภาพันธ์ 6, 2012 by jariya_n  
Filed under breakingnews, news report

“กรณ์” โพสต์เฟสบุ๊ค อัดยับ รัฐบาล อ้างตีความ พ.ร.ก. 2 ฉบับ ทำแก้น้ำสะดุด ปลุกกระแสโยนบาปฝ่ายค้าน-ศาล รธน.ทำน้ำท่วมซ้ำ  ยัน พ.ร.ก.การเงิน มีผลบังคับใช้แล้วรัฐเดินเครื่องได้เต็มสูบ ยกคำกล่าว “ปราโมทย์” มัดรัฐบาลใช้เวลาไม่กี่วินาทีอนุมัติงบ  3.5 แสนล้าน ไร้แแผนงานรองรับ ห่วง วินัยการคลังกระทบหนักสุดท้ายชาวบ้านรับเคราะห์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงเช้าที่ผ่านมา (6 ก.พ. 55) นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุคส่วนตัวชื่อ Korn Chatikavanij ยืนยันว่าการยื่นให้ศาบรัฐธรรมนูญตีความ พรก. 2 ฉบับ คือ พรก.โอนหนี้กองทุนฯและ พรก.กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท ว่า ไม่ได้เป๋นการขัดขวางการบริหารงานของรัฐบาลในการแก้ปัญหาน้ำท่วม พร้อมก้บระบุว่า รัฐบาลพยายามที่จะปลุกกระแสโยนความผิดให้ฝ่ายค้านและศาลรัฐธรรมนูญอย่างไร้ความรับผิดชอบ โดยมีข้อความดังนี้

ถ้ากู้เงิน แล้วน้ำจะไม่ท่วม…จริงหรือ รัฐบาลพยายามสร้างกระแสว่าถ้าไม่มีพรก.กู้เงิน350,000ล้าน รัฐบาลจะทำงานไม่ได้ ถ้านำ้ท่วมก็จะเป็นความผิดของฝ่ายค้านและศาลรัฐธรรมนูญ เป็นการพยายามปลุกกระแสที่ขาดความรับผิดชอบเช่นเคย ประเด็นแรกคือถึงมีการยื่นตีความ พรก.ก็ถือว่ามีผลบังคับใช้แล้ว รัฐบาลเดินหน้าต่อได้เลย ตอนสมัยเพื่อไทยยื่นตีความพรก.ประชาธิปัตย์ผมก็ไม่ได้หยุดทำงาน ประเด็นที่สอง และเป็นประเด็นที่สำคัญที่สุด – ความจริงวันนี้คือรัฐบาลยังไม่มีแผนการลงทุนที่ชัดเจน ไม่มีแผนการเบิกจ่าย และจึง ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้‘ (ตามนิยามรัฐธรรมนูญ) ในการออกกฎหมายในรูปพระราชกำหนด ลองอ่านสัมภาษณ์ของผู้ที่เกี่ยวข้องอีกครั้งครับ “การแถลงแผนแม่บทแก้นำ้ท่วม เป็นแค่แผนในกระดาษที่วางกรอบไว้เพื่อขออนุมัติวงเงินเท่านั้น” อ.ปราโมทย์ ไม้กลัด 20/มกราคม/2555 “การอนุมัติงบประมาณ 350,000ล้านบาท อนุมัติเพียงไม่กี่วินาที ไม่มีข้อเสนอของนักวิชาการที่เป็นรูปธรรม” อ.สมิทธ ธรรมสโรจ 26/มกราคม/2555 ดังนั้นถ้านำ้จะท่วมอีกก็เป็นเพราะรัฐบาลยังมัวหมกมุ่นกับการคิดแต่เรื่องเงินแทนที่จะคิดเรื่องงาน โดยกำหนดแผนการลงทุนป้องกันให้ชัดเจน สุดท้ายนี้ คุณกิตติรัตน์ พยายามบอกในสภาฯว่า ต้องกู้มาให้เขาเห็น จะได้มั่นใจ คิดผิดครับ ใครๆเขาก็รู้ว่าเรามีเงิน ที่เขาไม่มั่นใจเลยก็คือ เรารู้หรือเปล่าว่าควรจะเอาเงินไปใช้อย่างไร ผมกังวลว่าถ้ารัฐบาลสามารถกู้เงินได้ตามใจชอบอย่างนี้ ความตั้งใจที่จะควบคุมให้มีวินัยทางการคลังโดยรัฐธรรมนูญก็จะพบแต่ความล้มเหลว”

ศาลรธน.ให้ “นายกฯ-กรณ์-คำนูณ” เข้าชี้แจงพ.ร.ก.2 ฉบับด้วยวาจา 15 ก.พ.นี้

กุมภาพันธ์ 6, 2012 by pafrank  
Filed under breakingnews, การเมือง

ที่ศาลรัฐธรรมนูญ นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ ในฐานะหัวหน้าโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ แถลงภายหลังการประชุมของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาแล้วมีคำสั่งให้รับคำร้องทั้ง 3 คำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย โดยให้รวมพิจารณาและวินิจฉัยไปในคราวเดียวกัน กรณีเรื่องประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 185 กรณีพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำ และสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ.2555 (กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท) และกรณีพระราชกำหนดปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันเงิน พ.ศ.2555 (โอนหนี้จากกองทุนฟื้นฟูไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย 1.14 ล้านล้านบาท) เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 วรรคหนึ่ง และวรรคสองหรือไม่ โดยให้มีหนังสือแจ้งประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา นายกรัฐมนตรี นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้แทนผู้เสนอความเห็นต่อประธานสภาฯ และนายคำนูณ สิทธิสมาน ในฐานะผู้แทนผู้เสนอความเห็นต่อประธานวุฒิฯ เพื่อทราบ และหากมีคำชี้แจงหรือเสนอความเห็นให้กระทำเป็นหนังสือยื่นต่อศาล ภายในวันศุกร์ที่ 10 ก.พ.นี้ ถ้าไม่ยื่นภายในกำหนดถือว่าไม่ติดใจ รวมทั้งยังให้นายกฯ หรือผู้แทน นายกรณ์ หรือผู้แทน และนายคำนูณ หรือผู้แทน เข้าชี้ด้วยวาจาต่อศาล ในวันพุธที่ 15 ก.พ. เวลา 09.00 น. หากไม่มาชี้แจงถือว่าไม่ติดใจที่จะชี้แจงด้วยวาจา

นายพิมล กล่าวว่า สำหรับกรอบการพิจารณาวินิจฉัยนั้น ศาลจะใช้เวลาในการวินิจฉัย พ.ร.ก.ทั้ง 2 ฉบับ โดยประมาณ 30 วัน ขณะนี้ พ.ร.ก.ทั้ง 2 ฉบับก็มีผลบังคับใช้อยู่ ซึ่งจะต้องรอให้ศาลมีคำวินิจฉัยก่อน หากศาลวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.ทั้ง 2 ฉบับไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญก็จะถือว่า พ.ร.ก.ทั้ง 2 ฉบับไม่มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ต้น หากรัฐบาลมีการกระทำตาม พ.ร.ก. ในระหว่างที่ศาลกำลังวินิจฉัย และหากมีการวินิจฉัยขัดต่อรัฐธรรมนูญ ก็ไม่ถือว่ากระทำของรัฐบาลในช่วงที่รอศาลวินิจฉัยถือว่าไม่กระทบกระเทือนต่อกิจการที่ได้ทำลงไป โดยส่วนตัวคิดว่ารัฐบาลคงจะไม่มีการใช้เงินกู้ในช่วงนี้ เพราะต้องรอศาลวินิจฉัยก่อน ทั้งนี้ การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะดูในประเด็นความเร่งด่วน เพื่อประโยชน์และป้องกันภัยพิบัติสาธารณะหรือไม่

เมื่อถามว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะยึดบรรทัดฐานที่เคยวินิจฉัยเงินกู้ 4 แสนล้านบาท ในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายพิมล กล่าวว่า การวินิจฉัยของศาลต้องดูข้อเท็จจริง เพราะข้อเท็จจริงแต่กรณีจะแตกต่างกันไป โดยขณะนี้ศาลต้องดูข้อเท็จจริงก่อน เพราะหากมีประเด็นใดเพิ่มเติมทางศาลจะมีการเรียกให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงเพิ่มเติมอีกได้ ส่วนกรณีที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ เรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยผ่าน พ.ร.ก.ทั้ง 2 ฉบับ หากวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศได้ ที่ไม่มีเงินนำไปแก้ไขปัญหา นายพิมล กล่าวว่า ยืนยันว่าศาลจะพิจารณาตามกรอบรัฐธรรมนูญ ส่วนจะมีการถอนคำร้องได้หรือไม่นั้น ตามข้อกำหนดของศาลรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีและการรับคำวินิจฉัย พ.ศ.2550 ข้อ 23 ระบุว่า คำร้องที่ได้ยื่นต่อศาลก่อนที่ศาลจะมีคำวินิจฉัยหรือคำสั่ง ถ้าผู้ร้องตายหรือมีการถอนคำร้อง หรือศาลเห็นว่าไม่เป็นประโยชน์แก่คดี ศาลอาจพิจารณาสั่งจำหน่ายคำร้องนั้นก็ได้ โดยกรณีดังกล่าวศาลอาจจะมองถึงประโยชน์ในการพิจารณาคดีมากกว่า เพราะการถอนคำร้องในลักษณะการพิจารณา พ.ร.ก.ดังกล่าว ไม่เคยเกิดขึ้น

“รังสิมา” งง “เฉลิม” เบิกงบยาเสพติดเร็ว ผ่าน 3 เดือนใช้ไป 635 ล้าน

กุมภาพันธ์ 6, 2012 by pafrank  
Filed under breakingnews, การเมือง

รังสิมา งง “เฉลิม”เบิกงบยาเสพติดเร็ว ผ่านแค่ 3 เดือนใช้ไป 635 ล้าน เตรียมชง กมธ.ติดตามงบตรวจสอบ หวั่นทุจริต ยัน ปชป.หนุนปราบยาแต่้องโปร่งใส

น.ส.รังสิมา  รอดรัศมี  ส.ส.สมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการติดตามงบประมาณ สภาผุ้แทนฯกล่าวว่าในวันที่ 8 ก.พ. ตนจะเสนอให้ที่ประชุมกรรมาธิการฯเพื่อให้ตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณปราบยาเสพติดที่มีการเบิกจ่ายไปแล้ว 635.29 ล้านบาท จากงบประมาณ 1,735.22 ล้านบาท หรือประมาณ 36 % ของงบประมาณทั้งหมด เพราะเห็นว่า เป็นการเบิกจ่ายที่รวดเร็วผิดปกติ  จึงคิดว่า ควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงรายละเอียดว่า เป็นอย่างไร เพื่อไม่ให้มีการรั่วไหลหรือทุจริตเกิดขึ้น เพราะเป็นหน้าที่ของกรรมาธิการติดตามงบประมาณอยู่แล้ว

ตั้งแต่เป็นกรรมาธิการติดตามงบประมาณมายังไม่เคยเห็นการเบิกจ่ายงบประมาณที่รวดเร็วเท่านี้มาก่อน ตกใจเลยใช้บ้าอะไรกัน 36 % จากงบประมาณภายใน 3 เดือน ซึ่งในปีนี้ถือว่าร่างพรบ.งบประมาณร่ยจ่ายประจำปี 2555 มีผลบังคับใช้ล่าช้าไปประมาณ 4 เดือน แต่ว่าสามารถเบิกจ่ายไปก่อนได้ตัเงแต่วันที่ 1 ตุลาคม เป็นต้นไปทส่วนตัว พรบ.งบประมาณปี 2555 เพิ่งจะมีผลบังคับใช้จริงต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ และตามกฎหมายก็ระบุไว้ว่าการเบิกจ่ายล่วงหน้าจะทำได้ 1 ใน 3 ของงบประมาณทั้งหมด หากมาดูตัวเลขการเบิกจ่ายครั้งนี้จะเห็นว่า 1 ใน 3 พอดี ถ้าจะบอกว่ามีการเบิกจ่ายอย่างมีประสิทธิภาพรวดเร็วก็อาจจะอ้างได้ แต่ก็ต้องชี้แจงให้ได้ด้วยว่ามีความโปร่งใสหรือไม่ เพราะเท่ากับว่าใช้เฉลี่ยเดือนละ 200 ล้านบาท ถ้าใช้แบบน้ำอย่างสม่ำเสมองบประมาณก็จะหมดภายในเวลาไม่ถึง 9 เดือน” น.ส.รังสิมา กล่าว

น.ส.รังสิมา กล่าวต่อว่า  พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่าเราสนับสนุนการแก้ปัญหายาเสพติด และไม่ติดใจหากการใช้งบประมาณจะเป็นไปอย่างคุ้มค่าและนำไปแก้ปัญหาอย่างแท้จริง โดยไม่มีการรั่วไหลหรือทุจริตเกิดขึ้น เพราะถ้าทำให้ยาเสพติดหมดไปได้จริงจะใช้อีกเป็นพันล้าน ประชาชนก็คงไม่เสียดายเงิน  แต่คนที่เกี่ยวข้องก็ต้องพร้อมที่จะชี้แจงเพื่อให้เกิดความโปร่งใสต่อสาธารณชนด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานตัวเลขการเบิกจ่ายงบประมาณ ณ วันที่ 6 ม.ค.55 ว่า  มีการใช้จ่ายงบประมาณแก้ปัญหายาเสพติดไปแล้ว 635.29 ล้านบาท จากที่ตั้งงบประมาณไว้1,735.22 ล้านบาท หรือประมาณ 36 % ของงบประมาณทั้งหมด และยังมีการเบิกจ่ายงบประมาณแก้ปัญหาคอรัปชั่นอีก 27.36 ล้านบาท จากวงเงิน 76.01 ล้านบาท โดยงบประมาณสองส่วนนี้อยู่ในความรับผิดชอบของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี รวม 2 นโยบายใช้งบประมาณทั้งสิ้น 1,811.23 ล้านบาท มีการเบิกจ่ายงบไปแล้วจำนวน 662.65 ล้านบาท

ไทยลงนามอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการป้องกันบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ

กุมภาพันธ์ 6, 2012 by pafrank  
Filed under breakingnews, การเมือง

มีรายงานว่า นายนรชิต สิงหเสนี เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ได้ลงนามอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการป้องกันบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ ณ ห้องสนธิสัญญา สำนักงานกิจการด้านกฎหมายของสหประชาชาติ นครนิวยอร์ก ซึ่งการลงนามอนุสัญญาฯ ถือเป็นการแสดงเจตนารมณ์ทางการเมืองของประเทศไทยที่จะไม่ดำเนินการใด ๆ อันขัดต่อหลักการของอนุสัญญาฯ  และความมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงกฎหมายภายในที่เกี่ยวข้องของไทยให้สอดคล้องกับอนุสัญญาฯ เพื่อคุ้มครองประชาชนมิให้ถูกละเมิดสิทธิจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ

การลงนามอนุสัญญาดังกล่าวยังถือเป็นการปฏิบัติตามคำมั่นด้านสิทธิมนุษยชนที่ไทยให้ไว้ในการสมัคร เป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN Human Rights Council – HRC) ระหว่างปี 2553-2556และในช่วงการนำเสนอรายงานทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทยภายใต้กลไก Universal Periodic Review (UPR) ของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เมื่อเดือนตุลาคม 2554 อีกด้วย

อนุสัญญาฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้กับไทยก็ต่อเมื่อประเทศไทยได้ให้สัตยาบันต่ออนุสัญญาฯ ภายหลังจากการลงนาม ซึ่งขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังพิจารณาเกี่ยวกับการเสนอร่างกฎหมายเพื่อรองรับพันธกรณีของอนุสัญญาฯ ก่อนที่ไทยจะดำเนินการให้สัตยาบันอนุสัญญาฯ ต่อไป

อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการป้องกันบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับเป็นหนึ่งใน ตราสารระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนซึ่งมีอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น 9 ฉบับ โดยประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีแล้ว 7 ฉบับ ได้แก่ 1)กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง 2) กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม 3) อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ และพิธีสารเลือกรับเรื่องการรับข้อร้องเรียน 4) อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก และพิธีสารเลือกรับทั้ง 2 ฉบับ เรื่องความเกี่ยวพันของเด็กในความขัดแย้งกันทางกำลังอาวุธ และเรื่องการค้าเด็ก โสเภณีเด็กและสื่อลามกเด็ก 5)อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ 6)อนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติ หรือการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี และ 7) อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิของคนพิการ โดยหากประเทศไทยให้สัตยาบันอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการป้องกันบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับก็จะถือเป็นตราสารระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนฉบับที่ 8 ที่ประเทศไทยเข้าเป็นภาคี ส่วนตราสารฉบับที่ 9 ที่ประเทศไทยยังไม่ได้เป็นภาคีคือ อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิของแรงงานโยกย้ายถิ่นฐานและครอบครัว

หน้าต่อไป