คลิบวิดีโอ

คำพูดครั้งสุดท้าย "เก๋" แฉสัมพันธ์ "น้องสมมุติ"

     วันที่ 15 กันยายน 2561 เฟซบุ๊ก MAYA CHANNEL ได้เผยเทป รายการปากปลาร้า หน้าเป๊ะ บาย โก้ ธีรศักดิ์ ที่ได้สัมภาษณ์ น.ส.กันยกร ศุภการค้าเจริญ หรือ เก๋ เลเดอเรอร์ ซึ่งได้เปิดใจเป็นรายการสุดท้าย ก่อนจะตัดสินใจจบชีวิตลง โดยใจความในรายการมีดังนี้         เก๋ ยืนยันว่า ที่ผ่านมา เคยทำธุรกิจใจนามเลเดอเรอร์ มีความสนิทกับหุ้นส่วน ก็กินนอนในบ้านหลังเดียวกัน  ตอนนี้ได้แยกตัวแล้วออกมาอย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ ไหน ๆ ไม่ได้เกี่ยวกันแล้วเลยออกมาตั้งชื่อใหม่ ส่วนคำถามว่า ที่ผ่านมาทำด้วยกันมาโด่งดัง อะไรคือโด่งดัง ถ้าเป็นตัวเก๋ ตามด้วยแบรนด์ เท่ากับว่าเก๋ทำงานหนักมากจนออกมาโด่งดัง พอวันหนึ่งเราเริ่มเหนื่อยและเริ่มรู้สึกว่ามันถึงจุดอิ่มตัว    ที่ผ่านมาอาจดูเป็นคนเซ็กซี่ เนื่องจากต้องขายเกี่ยวกับผิวก็เลยต้องมากขนาดนั้น ทุกอย่างเป็นงาน แต่ถ้าชีวิตส่วนตัวเก๋ จริง ๆ แล้วถ้าใครติดตามและรู้จักจะรู้ว่าเก๋เป็นยังไง บางทีเนี่ยคนจะดูที่สื่อ มากกว่ารู้จักตัวตนที่แท้จริง บางคนอยู่หน้ากล้องตลกมาก แต่ชีวิตจริงไม่ตลกก็มี         ส่วนชีวิตส่วนตัวนั้น เก๋ เผยว่า มีพ่อเป็นทหาร และมีแม่เป็นแม่บ้านทหาร ครอบครัวมีฐานะธรรมดา ตนเป็นคน จ.พะเยา ที่มาเรียนกรุงเทพฯ หวังเข้าวงการบันเทิง ด้วยความสูง 176 เซนติเมตร ทำให้ที่ผ่านมาเดินสายประกวดนางงามตามเวทีต่าง ๆ มากมาย ผ่านเวทีใหญ่ ๆ เช่น มิสไทยแลนด์เวิล์ด และมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ซึ่งได้รางวัลผิวสวย ก่อนจะเข้าสู่วงการบันเทิงและทำธุรกิจ โดยการชักชวนของคนที่บอกว่าเป็น "น้องชายสมมติ"    เก๋ เผยว่า เหตุที่ต้องแยกตัวออกมาเพราะคำว่า สมมติ มันสมมติมาตั้งแต่ต้น ไม่รู้ว่าคนที่อยู่ด้วยคือใครกันแน่ ของหรูหราต่าง ๆ ที่มอบให้ ก็เพราะคำว่าสมมติ "รายการนี้จะเป็นรายการแรก รายการเดียวที่จะออกมาพูดเรื่องนี้ หลายคนอาจจะได้มาเห็นเก๋เป็นที่สุดท้าย" วันนี้รู้สึกแฮปปี้ที่ได้แยกออกมา อยากจะบอกสังคมว่า อย่าสมมติกับชีวิต ตอนนี้บอกไม่ได้ว่าจบสวย หรือไม่สวย แต่คนที่เห็นก็อาจจะมองออกว่าความจริงเป็นอย่างไร         เก๋ ยอมรับว่า เมื่อตนแยกตัวออกมาแล้ว ก็ได้สักทับคำว่า เลเดอเรอร์ บนร่างกายเป็นรูปลูกศร เพราะไม่อยากมีคำว่า เลเดอเรอร์ พ่วงท้ายในชีวิตอีก จากนี้คงไม่คุยกับอีกฝ่ายแล้วถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ส่วนถามว่าถึงขั้นผีไม่เผาเงาไม่เหยียบหรือไม่  เงาไม่เหยียบแน่นอน แต่ผีไม่เผานั้นไม่แน่ เพราะไม่รู้ใครตายก่อน ตายหลัง   ส่วนสาเหตุที่แตกหัก ปฏิเสธว่าไม่ได้มีเรื่องผลประโยชน์ แต่ยอมรับว่าที่ผ่านมา ตนเองเป็นคนรับหน้าในธุรกิจ เวลาดีก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่พอแย่ กลายเป็นต้นที่ต้องรับไปเต็ม ๆ ทุกวันนี้ครอบครัวไม่โอเคกับเก๋มาก เพราะที่ผ่านมาเราเชื่อกับสิ่งสมมติมากเกินไป เหมือนการรักจนตาบอด แต่เมื่อเก๋ถอยออกมา ก็เห็นอะไรมากขึ้น และเห็นว่าคนอื่นก็โดนเหมือนกัน ซึ่งแม้ตอนนี้ตนได้ความเป็นตัวเองกลับมา แต่กลับต้องสูญเสียทุกอย่าง ยอมรับว่ารู้สึกกดดันที่ทุกวันนี้มีเพียงไม่กี่คนที่เข้าใจ         เมื่อถามถึงคลินิกลาพรีม เก๋ระบุว่า ถือเป็นการเริ่มต้น และเก๋จะจบกับมันที่นี่ด้วย หลังจากรายการนี้ออกไป ถ้าใครไม่จบก็แล้วแต่ แต่ว่าเก๋จะพูดที่นี่เป็นที่สุดท้ายและจบที่นี่ ใครจะขุดคุ้ยอะไรก็ตามสบายค่ะ หรือว่าอีกฝ่ายฟังแล้วรู้สึกไม่โอเค แล้วขุดต่ออะไรต่อก็ดี แต่เชื่อว่าคงไม่กล้าเพราะหากเริ่ม ก็จะมีหลายชีวิตที่พร้อมจะขุดเขาเช่นกัน   สุดท้ายนี้ เก๋ ฝากบอกถึงน้องชายที่เคยสนิทว่า อยากจะขอบคุณที่เคยร่วมด้วยช่วยกันมา แล้วเก๋ไม่อยากให้ทำแบบเก๋ กับใครอีก หรือว่ากับเพื่อน ๆ ที่เขารักคุณหมดหัวใจ คุณพูดแต่เรื่องสมมติ ที่คุณคิดเอาเองไม่มีอยู่จริงให้กับทุกคน เพื่อจะสร้างภาพลักษณ์ให้ดูดี เก๋ก็เคยทำให้ภาพลักษณ์ดูดี แต่วันนี้ถอยออกมาแล้วยอมรับความจริง อยู่กับความจริง เพราะความจริงเป็นสิ่งที่มีความสุขที่สุด       ที่มา เฟซบุ๊ก MAYA CHANNEL

อ่านเพิ่มเติม

"บิ๊กตู่" หยิบแท่งไฟโยกตาม AKB 48

ศิลปิน AKB48 ได้เต้นเพลง Koisuri fortune cookie หรือต้นฉบับเพลงคุ้กกี้เสี่ยงทายของญี่ปุ่น ให้นายกรัฐมนตรี และคณะชมที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้หยิบแท่งไฟมาโยกตามจังหวะ พร้อมกล่าวว่าเพลงนี้มีความหมายว่า ยิ้มสู้ไว้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันข้างหน้า เราต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ให้สามารถแก้ไขปัญหาไปได้  

อ่านเพิ่มเติม